สบส.ลุยตรวจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเมืองกาญจน์ จับคนขังกรง เตียงเกิน 2 เท่า-ไม่พบใบวินิจฉัยแพทย์

6.10.26 | 17:33 น.

สบส.ลุยตรวจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเมืองกาญจน์ พบลูกกรงขังผู้รับบริการ-ลวดหนาม เตียงเกิน 2 เท่า-ไม่พบใบวินิจฉัยแพทย์

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยว่า จากกรณีหญิงสูงอายุร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่าโดนนำไปกักขังในบ้านพักผู้สูงอายุแห่งหนึ่ง ใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งระหว่างนั้นมีการทำร้ายร่างกาย รวมถึงมีการดำเนินการที่ไม่ได้มาตรฐานหลายอย่าง ทั้งในด้านสถานที่ การบริการ ฯลฯ ว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความกังวลถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดกับสุขภาพ ร่างกาย รวมถึงจิตใจของผู้รับบริการ จึงสั่งการให้ สบส. ตรวจสอบข้อเท็จจริงหากพบมีการกระทำผิดมาตรฐานให้ดำเนินการเอาผิดโดยทันที


นพ.ภูวเดช กล่าวว่า ตนจึงนำพนักงานเจ้าหน้าที่ของ สบส.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สถานดูแลผู้สูงอายุดังกล่าว ตั้งอยู่ใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โดยจากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น พบว่าสถานดูแลผู้สูงอายุฯ มีการขึ้นทะเบียนให้บริการในประเภท การดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง หรือเนอร์สซิ่งโฮม (Nursing Home) กับศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 สบส. โดยขณะเข้าตรวจสอบ ผู้รับอนุญาตฯ เป็นผู้นำตรวจสถานที่ ซึ่งพบว่าสถานที่มีการเปลี่ยนแปลงและปรับสภาพไปจากที่ได้รับอนุญาต

นพ.ภูวเดช กล่าวว่า พบห้องลูกกรงเหล็กที่ล็อคกุญแจจากภายนอก พบการขึงลวดหนามหีบเพลงรอบบริเวณพื้นที่ให้บริการ และพบเตียงของผู้รับบริการที่มีการดัดแปลงเพิ่มโครงเหล็กลักษณะเป็นลูกกรงไว้สำหรับครอบปิดผู้ให้บริการเพื่อขังไว้อีกชั้นหนึ่ง มีการเพิ่มจำนวนเตียงเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต จากเดิมที่ได้รับอนุญาต จำนวน 50 เตียง แต่พบจริง ณ วันที่ลงตรวจ จำนวน 129 เตียง และพื้นที่ให้บริการมีการขยายขนาดเพิ่มจากเดิมที่ได้รับอนุญาต ขนาด 1,600 ตารางเมตร เพิ่มเป็น 4,641 ตารางเมตร

“จากการตรวจมาตรฐานด้านสถานที่และความปลอดภัย พบว่าไม่มีระบบบำบัดเสีย พื้นห้องน้ำมีการทรุดตัวรอยแตกร้าว รอยแยกของผนัง ด้านประตูเปิดปิด จุดพักขยะไม่มีการจัดการที่ถูกต้อง ห้องที่ให้บริการที่พื้นต่างระดับสูงไม่มีบันได้ขึ้นลงถาวร และราวจับบันได ส่วนมาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ พบการจัดพื้นที่ปรุงอาหาร เตรียมอาหารไม่เป็นสัดส่วน ไม่สะอาดเรียบร้อย ไม่มีระบบการระบายอากาศที่ได้มาตรฐาน การเก็บภาชนะไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น การเก็บอุปกรณ์เตรียมอาหารและภาชนะไม่เก็บไว้ในที่มิดชิด มีการเก็บยาฆ่าแมลงปะปนไว้ร่วมกับวัตถุดิบที่ใช้การประกอบอาหาร” นพ.ภูวเดช กล่าว

Advertisement

นพ.ภูวเดช กล่าวว่า นอกจากนั้นยังพบผู้รับบริการไม่ตรงตามประเภทที่ได้รับอนุญาต ได้แก่ ผู้ป่วยได้รับยาจิตเวช ผู้ป่วยหลังบำบัดยาเสพติด และจากการตรวจเวชระเบียนของผู้รับบริการไม่พบใบรับรองคำวินิจฉัยจากแพทย์ ในการนำผู้ป่วยจิตเวชที่เข้ารับบริการตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ซึ่ง สบส. จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจสอบ โดยอาจจะพิจารณาพักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาตและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน นายสมศักดิ์ กรีชัย รองอธิบดี สบส. กล่าวเพิ่มเติมว่า สบส. ได้กำหนดมาตรฐานสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงตามกฎหมาย โดยคุมเข้มทั้งด้านสถานที่ อาทิ สถานที่จะต้องมีความมั่นคง ปลอดภัย มีการแบ่งสัดส่วนการให้บริการให้ชัดเจน มีระบบระบายอากาศและแสงสว่างที่เหมาะสม ฯลฯ ด้านความปลอดภัย อาทิ มีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและคู่มือการปฐมพยาบาลที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา มีระบบป้องกันอัคคีภัย สัญญาณเตือนภัย และอุปกรณ์ช่วยฟื้นคืนชีพ ฯลฯ ด้านการให้บริการ อาทิ มีแนวทางการปฏิบัติในการส่งเสริมฟื้นฟูสุขภาพที่เหมาะสมกับผู้รับบริการอย่างชัดเจน มีแนวทางหรือมาตรการในการควบคุม ดูแล และป้องกันผู้รับบริการจากการถูกกระทำต่อร่างกายและจิตใจ ฯลฯ โดยจะมีการตรวจประเมินก่อนอนุญาต (Pre-Audit) และติดตามประเมินภายหลังได้รับอนุญาต (Post-Audit) อย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า หากพบเห็นหรือทราบเบาะแสการดำเนินการของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน หากอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถแจ้งได้ที่ สบส. ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7002 แต่ถ้าหากอยู่ในส่วนภูมิภาคก็สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพในพื้นที่ได้