‘นพรุจ’ ชี้เลือกตั้งออนไลน์ ‘ทำได้’ แนะใช้ควบคู่คูหา ชงเปิดข้อมูลลงทุนกองทุนประกันสังคมรายไตรมาส

7.10.26 | 17:09 น.

‘นพรุจ’ ชี้เลือกตั้งออนไลน์ ‘ทำได้’ แนะใช้ควบคู่คูหา ชงเปิดข้อมูลลงทุนกองทุนประกันสังคมรายไตรมาส

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นายนพรุจ เพิ่มกาญจนา ผู้สมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ฝ่ายผู้ประกันตน เบอร์ 40 ให้สัมภาษณ์มติชนถึงประเด็นข้อเสนอเกี่ยวกับการนำระบบเลือกตั้งออนไลน์มาใช้ในอนาคต ว่า ในฐานะผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม มองว่าเรื่องนี้อาจจะต้องพิจารณาอย่างจริงจัง โดยหากถามว่าสามารถทำได้หรือไม่ มองว่าสามารถทำได้ เนื่องจากผู้ประกันตนมีจำนวนมากและกระจายอยู่ทั่วประเทศ การทำให้การใช้สิทธิมีความสะดวกมากขึ้น จะช่วยลดข้อจำกัดในเรื่องของการเดินทาง


“เหมือนกับเหตุการณ์ล่าสุด สะท้อนเรื่องนี้ค่อนข้างชัดเจน เพราะการเลือกตั้งเดิมวันที่ 27 กันยายน เราต้องเลื่อนไปวันที่ 11 ตุลาคม เนื่องจากสถานการณ์เรื่องน้ำท่วม ซึ่งทางสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ระบุว่า ต้องคำนึงถึงความพร้อมและความเท่าเทียมในการใช้สิทธิ แต่ผู้ประกันตนก็ไม่สามารถที่จะเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เพราะเกิดปัญหาอุทกภัย ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะมีการเลือกตั้งออนไลน์” นายนพรุจ กล่าว

นายนพรุจ กล่าวว่า หากจะมีการเลือกตั้งออนไลน์ ควรออกแบบให้มีมาตรฐาน เน้นความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ ซึ่งหลายประเทศมีการนำระบบดังกล่าวมาใช้แล้ว เช่น ประเทศในแถบยุโรป รวมถึงสวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และแคนาดา ดังนั้นประเทศไทยก็สามารถทำได้ แต่จะต้องพิจารณาเรื่องเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ โดยเฉพาะการยืนยันตัวตน การป้องกันการลงคะแนนซ้ำ การรักษาความลับของการลงคะแนน การป้องกันการแฮกหรือการโจมตีระบบ รวมถึงการตรวจสอบว่าคะแนนได้รับการนับอย่างถูกต้องหรือไม่ และมีระบบออดิทหรือระบบตรวจสอบหรือไม่

“ระบบดังกล่าวจะต้องรองรับผู้ประกันตนที่ไม่มีสมาร์ตโฟนด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องยกเลิกการเดินทางไปเลือกตั้งที่คูหา โดยในครั้งแรกอาจทำควบคู่กันไปก่อน ผู้ที่สะดวกไปใช้สิทธิที่คูหาก็สามารถเข้าไปใช้สิทธิได้ ขณะที่ผู้ที่สะดวกใช้สิทธิออนไลน์ก็สามารถเลือกตั้งในรูปแบบออนไลน์ได้ ไม่จำเป็นต้องเสนอว่ายกเลิกหน่วยเลือกตั้ง แล้วมาเลือกตั้งออนไลน์ทั้งหมด” นายนพรุจ กล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่าหากการเลือกตั้งออนไลน์เกิดขึ้นจริง จะช่วยให้ผู้ประกันตนเข้าถึงสิทธิได้มากขึ้นหรือไม่ และมีข้อกังวลอะไรที่ต้องระวัง นายนพรุจ กล่าวว่า แน่นอนว่าการใช้สิทธิจะมากขึ้น เพราะคนในเจเนอเรชั่นต่างๆ อาจไม่สะดวกที่จะต้องเดินทางไปคูหา หากต้องเดินทางไปถึงแล้วหน่วยเลือกตั้งปิด ก็อาจไม่สามารถใช้สิทธิได้ แต่หากมีสมาร์ตโฟนอยู่ในมือ ก็สามารถเลือกตั้งในรูปแบบออนไลน์ได้

อย่างไรก็ตาม ข้อกังวลก็มีเช่นกัน โดยในระบบอาจมีปัญหาเรื่องการนับคะแนนที่ไม่ถูกต้อง การถูกแฮก หรือการโจมตีระบบ ดังนั้นประเทศไทยหรือสำนักงานประกันสังคมจะต้องมาพูดคุยกันและออกแบบระบบที่สามารถให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้สิทธิได้ ขณะเดียวกันก็ต้องสามารถป้องกันการโจมตีหรือการแฮกตัวระบบได้

นายนพรุจ กล่าวต่อถึงประเด็นวิกฤตศรัทธาของสำนักงานประกันสังคมว่า ส่วนตัวมองว่าสถานการณ์อาจดีขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา โดยตั้งแต่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เข้ามาดำรงตำแหน่ง ก็มีหลายอย่างที่พยายามจะพัฒนาประกันสังคมให้ก้าวหน้าไปได้ และหากเป็นคนรุ่นใหม่ก็พยายามที่จะหาวิธีทำให้ประกันสังคมมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้

“แน่นอนสมัยก่อนอาจจะคิดว่าเงินเราเอาไปลงทุนอะไร โปร่งใสหรือเปล่า ยังเป็นข้อกังวลหรือเป็นการที่ทำให้ผู้ประกันตนหมดศรัทธาในสิ่งนี้อยู่ เพราะฉะนั้นวันนี้ประกันสังคมต้องพิจารณาตัวเอง และต้องทำให้ศรัทธานั้นเกิดขึ้นได้ โดยต้องตรวจสอบได้จริง” นายนพรุจ กล่าว

นายนพรุจ กล่าวว่า สิ่งที่ผู้ประกันตนควรสามารถตรวจสอบและเข้าถึงได้จริง คือข้อมูลการลงทุนต่างๆ ว่าเงินลงทุนถูกนำไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทไหนบ้าง มีมูลค่าเท่าไหร่บ้าง เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าใจและตรวจสอบเงินของตัวเองได้

“ถ้าถามย้อนคำถามเรื่องวิกฤตความศรัทธา คิดว่าวันนี้เริ่มมีความเชื่อมั่นในตัวประกันสังคมมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา” นายนพรุจ กล่าว

เมื่อถามถึงประเด็นความโปร่งใสของกองทุนประกันสังคม และมองว่าปัจจุบันการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ประกันตนเพียงพอแล้วหรือไม่ นายนพรุจ กล่าวว่า หากมองจากประสบการณ์ของตัวเองที่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาจะเข้าปีที่ 17 ในเรื่องความโปร่งใสหรือการตรวจสอบตัวเงินนั้น แทบจะไม่รู้เลยว่าประกันสังคมเอาเงินไปลงทุนอะไรบ้าง และเงินของตัวเองไปอยู่ที่ไหนบ้าง

“ซึ่งจะมาศึกษาแบบจริงจังเมื่อสัก 2-3 ปีก่อนที่จะมาสมัครเป็นบอร์ดประกันสังคมว่า เขาเอาไปลงทุนในสินทรัพย์ หรือในสินทรัพย์อะไรบ้าง กล้าตอบได้เลยว่าไม่รู้จริงๆ ว่าประกันสังคมเอาเงินของพวกเราที่ส่งกันทุกๆ เดือน ไปลงทุนอะไรบ้าง” นายนพรุจ กล่าว

นายนพรุจ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่ประกันสังคมต้องพิสูจน์ตัวเอง และสร้างความโปร่งใส เพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าใจและตรวจสอบได้จริงว่าเงินถูกนำไปลงทุนอะไร และเงินของผู้ประกันตนเกิดดอกเบี้ยหรือดอกผลประโยชน์อะไรกลับมาบ้างหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีข้อมูลเรื่องใดที่คิดว่าผู้ประกันตนควรได้รับรู้มากกว่านี้ โดยเฉพาะเรื่องการบริหารและการลงทุนเงินกองทุน นายนพรุจ กล่าวว่า ในส่วนของการบริหารของประกันสังคม นโยบายมาจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและลงมาที่สำนักงานประกันสังคม ขณะที่ในส่วนการบริหารภายในก็น่าจะมีแนวทางในการบริหารที่สามารถตัดสินใจเองได้

แต่ส่วนที่ผู้ประกันตนควรได้รับทราบและควรเปิดเผย คือเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมถึงเรื่องเงินกองทุนที่นำไปลงทุนอะไร และได้กลับมาเท่าไหร่ เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกันตนควรทราบ

“ส่วนเรื่องการบริหาร อาจจะมีเรื่องการแจ้งหรืออัปเดตให้ผู้ประกันตนได้ทราบเป็นรายปี เช่นตอนนี้ประกันสังคมกำลังทำอะไรอยู่ มีการอัปเดตอะไรแล้วบ้าง ก็พอแล้ว แต่ส่วนเรื่องของความโปร่งใสของกองทุน ควรที่จะอัปเดต ถ้าไม่ได้ทุกเดือน อย่างน้อยเป็นรายไตรมาสว่า เงินกองทุนตอนนี้มีอยู่ที่เท่าไหร่ เราไปลงทุนอะไรบ้าง ผมคิดว่าส่วนนี้สำคัญที่สุดสำหรับผู้ประกันตน” นายนพรุจ กล่าว

เมื่อถามว่าหากได้เข้าไปทำหน้าที่ในบอร์ดประกันสังคม จะผลักดันให้เกิดความโปร่งใสในการบริหารกองทุนอย่างไร นายนพรุจ กล่าวว่า จะต้องมีการพูดคุยกันก่อนในส่วนของภาครัฐ สำนักงานประกันสังคม และบอร์ดประกันสังคม เพื่อหาแนวทางในเรื่องการสื่อสารเกี่ยวกับเงินกองทุนว่า เงินถูกนำไปลงทุนอะไร และมีแนวทางในการชี้แจงผู้ประกันตนอย่างไร

“แน่นอนเราต้องทำงานร่วมกันกับทางประกันสังคมอยู่แล้ว บอร์ดทำงานตัวเองคนเดียวไม่ได้ หมายความว่าบอร์ดนี้ที่รับฟังเสียงของผู้ประกันตนว่าผู้ประกันตนต้องการทราบอะไร เสร็จแล้วเราเอากลับมาคุยกันในบอร์ด 7 คน และผลักดันในเรื่องที่สามารถผลักดันและสิ่งที่จำเป็นได้ให้กับประกันสังคม” นายนพรุจกล่าว และว่า หากสำนักงานประกันสังคมไม่ยอมรับในสิ่งที่บอร์ดเสนอ ก็ต้องกลับมาดูว่าสิ่งไหนที่สำนักงานประกันสังคมไม่ยอมรับได้ และหากเป็นเรื่องการทำให้เกิดความโปร่งใส มองว่าสำนักงานประกันสังคมและตัวบอร์ดเองก็พร้อมที่จะทำ เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบได้

นายนพรุจ กล่าวว่า อยากฝากเรื่องเงินของผู้ประกันตน โดยเงินของผู้ประกันตนไม่ควรเป็นเรื่องที่ผู้ประกันตนรู้เฉพาะตอนที่ถึงวันที่ตนได้รับสิทธิเท่านั้น แต่ควรรับรู้ตั้งแต่ต้นว่า วันที่เงินของผู้ประกันตนถูกนำไปบริหารจัดการอย่างไร และผลที่ผู้ประกันตนจะได้รับเป็นอย่างไร

“ส่วนในเรื่องการเลือกตั้งออนไลน์ ไม่ได้ต้องการให้ผู้ประกันตนเชื่อใจในระบบเพียงอย่างเดียว แต่อยากให้ระบบเปิดข้อมูลมากพอ จนผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบและตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง” นายนพรุจ กล่าว