‘จุลพันธ์’ ส่งหีบบัตรเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม’ เปิดคูหา 11 ต.ค. ย้ำน้ำท่วมเปลี่ยนหน่วยหน้างานได้

10.10.26 | 12:22 น.

‘จุลพันธ์’ ตรวจส่งหีบบัตรเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม’ ทั่วประเทศ เปิดคูหา 11 ต.ค. ย้ำน้ำท่วมเปลี่ยนหน่วยหน้างานได้

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน และ น.ส.จีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 11 ตุลาคมนี้


โดยตรวจสอบการส่งมอบหีบบัตรเลือกตั้งและวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ความเรียบร้อยของกระบวนการส่งมอบ รวมถึงสถานที่เลือกตั้งภายในกระทรวงแรงงานและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิสามารถใช้สิทธิได้อย่างทั่วถึง

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การดำเนินการในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการแบ่งช่วงเวลาและจัดขั้นตอนสำหรับผู้ที่จะมารับบัตรเลือกตั้ง รวมถึงการตรวจรับบัตรและอุปกรณ์ต่างๆ โดยทุกขั้นตอนดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย คาดว่ากระบวนการส่งบัตรเลือกตั้งไปยังหน่วยเลือกตั้งแต่ละแห่งทั่วประเทศจะสำเร็จลุล่วงอย่างราบรื่น ไม่มีข้อติดขัด

“พรุ่งนี้ (11 ต.ค.) ความพร้อมของสำนักงานประกันสังคมต่อการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมอยู่ที่ 100 % พร้อมสำหรับการเลือกตั้งอย่างแน่นอน” นายจุลพันธ์ กล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุสุดวิสัย เช่น บางหน่วยเลือกตั้งประสบปัญหาน้ำท่วม หรือมีเหตุการณ์อื่นๆ จะดำเนินการอย่างไร นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ภายหลังมีคำวินิจฉัยของศาลในเรื่องการลงทะเบียนและประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้มีการแก้ไขระเบียบและปรับปรุงรายละเอียดให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยดังกล่าว ส่งผลให้ต้องเพิ่มจำนวนหน่วยเลือกตั้งจากเดิมประมาณ 2,000 หน่วย เป็น 5,233 หน่วยทั่วประเทศ เพื่อรองรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 12 ล้านคน

“หลังจากเพิ่มจำนวนหน่วยเลือกตั้งแล้ว ได้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมขึ้น จึงมีการเลื่อนวันเลือกตั้งมาเป็นวันที่ 11 ตุลาคม ขณะที่บางพื้นที่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะการเดินทางของประชาชน จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานที่เลือกตั้งจากอำเภอหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งที่สามารถดำเนินการจัดการเลือกตั้งได้” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ทั่วประเทศมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่เลือกตั้ง 32 แห่ง เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนแล้ว คิดเป็นประมาณ 1% หรือน้อยกว่า โดยได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว พร้อมส่งข้อความทางเบอร์โทรศัพท์ (SMS) แจ้งผู้ประกันตนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งฝ่ายนายจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสถานที่เลือกตั้งให้ทราบครบถ้วนแล้ว จึงคาดว่าในวันพรุ่งนี้จะมีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งอย่างเต็มที่

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ากรณีเกิดเหตุเฉพาะหน้า เช่น ฝนตกหนักหรือมีเหตุที่ส่งผลกระทบต่อสถานที่เลือกตั้งในวันจริง จะดำเนินการอย่างไร นายจุลพันธ์ กล่าวว่า หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว จะต้องดำเนินการตามระเบียบ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสามารถพิจารณาเปลี่ยนสถานที่เลือกตั้งได้ อย่างไรก็ตาม หวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เฉพาะหน้าขึ้น

นายจุลพันธ์ กล่าวถึงเป้าหมายจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งว่า สำนักงานประกันสังคมไม่ได้กำหนดเป้าหมายเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่เชื่อมั่นว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิมากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากข้อมูลการลงทะเบียนเบื้องต้นพบว่ามีผู้ลงทะเบียนมากกว่าครั้งก่อน และเมื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้โดยไม่ต้องลงทะเบียน ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มจำนวนหน่วยเลือกตั้งให้มากขึ้น โดยการเลือกตั้งครั้งก่อนเป็นการเลือกตั้งในระดับจังหวัด แต่ครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งในระดับอำเภอ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเดินทางไปใช้สิทธิได้ง่ายและสะดวกขึ้น จึงเชื่อมั่นว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิและมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งมากกว่าครั้งที่ผ่านมา

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเป็นการเลือกตั้งที่มีความสำคัญ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการดูแลเงินกองทุนมูลค่ากว่า 3 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นเงินของผู้ประกันตน มีเงินสมทบจากนายจ้าง และมีเงินสมทบจากรัฐบาลด้วย เงินก้อนนี้เป็นเงินของพวกเราทุกคน อยากให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิและมีส่วนร่วมผ่านการเลือกตั้ง เพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตและทิศทางของสำนักงานประกันสังคมด้วยมือของเราเอง

“จึงอยากเรียนเชิญผู้ประกันตนทุกคน รวมถึงนายจ้างที่มีสิทธิเลือกตั้ง ออกมาใช้สิทธิในวันพรุ่งนี้ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางของสำนักงานประกันสังคม” นายจุลพันธ์ กล่าว

สำหรับการติดตามผลการนับคะแนน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การนับคะแนนจะดำเนินการที่หน่วยเลือกตั้ง ส่วนการส่งผลคะแนนจะรวบรวมส่งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ก่อนที่จะส่งผลต่อมายังคณะกรรมการการเลือกตั้งกลาง ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานประกันสังคม โดยประชาชนสามารถติดตามผลแบบเรียลไทม์ได้ทางเว็บไซต์

“คาดว่าผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการน่าจะทราบได้ภายในเวลาไม่เกิน 1 วัน ส่วนการประกาศผลอย่างเป็นทางการจะต้องรอระยะเวลาตามขั้นตอนอีกระยะหนึ่ง” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ย้ำถึงข้อปฏิบัติในการนำสิ่งของเข้าไปในหน่วยเลือกตั้ง ตามระเบียบห้ามนำเอกสารต่างๆ เข้าไปในหน่วยเลือกตั้ง เช่น ใบแผ่นพับเกี่ยวกับการเลือกตั้งของผู้สมัคร หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องการจดหมายเลขผู้สมัครไว้บนฝ่ามือ หรือจดลงบนกระดาษด้วยตนเอง สามารถดำเนินการได้ โดยต้องเป็นการจดด้วยตนเอง ไม่ใช่มีบุคคลอื่นจัดทำใบรายชื่อหรือหมายเลขผู้สมัครเตรียมไว้ให้ เพราะอาจถือเป็นการละเมิดระเบียบข้อบังคับ

“ห้ามนำใบแผ่นพับหรือใบโฆษณาของผู้สมัครเข้าสู่หน่วยเลือกตั้ง เพราะจะเป็นการละเมิดระเบียบข้อบังคับที่สำคัญ จึงอยากฝากให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังในเรื่องนี้ด้วย” นายจุลพันธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า มีการเตรียมความพร้อมอย่างครบถ้วน โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ใช้เจ้าหน้าที่ประมาณ 47,000 คนทั่วประเทศ เนื่องจากมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 5,233 หน่วยทั่วประเทศ แต่ละหน่วยต้องใช้เจ้าหน้าที่ 9 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 5 คน และเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย

“เจ้าหน้าที่ได้รับการอบรมและเตรียมความพร้อมมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว โดยมีความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับและกติกาต่างๆ ที่ต้องปฏิบัติ พร้อมรองรับการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานภายใต้กรอบของระเบียบ และรับฟังข้อเสนอแนะจากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง“ นายจุลพันธ์ กล่าว