องค์กรสุขภาพโลกค้านรัฐบาลไทยรื้อภาษีเฉพาะ สสส. ชี้เป็นต้นแบบสร้างเสริมสุขภาพ

10.10.26 | 14:51 น.

องค์กรสุขภาพโลกค้านรัฐบาลไทยรื้อภาษีเฉพาะ สสส. ชี้เป็นต้นแบบสร้างเสริมสุขภาพ

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่ประเทศสโลวีเนีย องค์กรภาคประชาสังคมนานาชาติ (Movendi International) ซึ่งเป็นขบวนการภาคประชาชนระดับโลกที่เป็นอิสระ มีองค์กรสมาชิกกว่า 140 องค์กร ในกว่า 50 ประเทศ ได้จัดการประชุมระดับโลก (World Congress) ครั้งที่ 71 ระหว่างวันที่ 3-6 ตุลาคม 2569 โดยมีองค์กรสมาชิกส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมจำนวน 51 องค์กร ที่ประชุมได้มีมติรับรองแถลงการณ์คัดค้านและเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติกระบวนการยกเลิกระบบภาษีเฉพาะ (Earmarked Tax) เพื่อปกป้องความเป็นอิสระและประสิทธิภาพของระบบสร้างเสริมสุขภาพ


นางจูเลียต เนมูกาซา (Juliet Namukasa) ประธาน Movendi International คนใหม่ กล่าวว่า ความสำเร็จของประเทศไทยได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลก และได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าเป็นตัวอย่างนวัตกรรมทางการเงินที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โมเดลของไทยคือการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม 2% จากผลิตภัณฑ์ที่ทำลายสุขภาพอย่างสุราและยาสูบ ส่งตรงไปยังสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลต่อสังคมไทยตลอด 25 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทางองค์กร Movendi ได้รับทราบและชื่นชมความก้าวหน้าและผลสำเร็จต่างๆ โดยเฉพาะรางวัลเนลสันเมเดล่า ปี 2564 ที่ สสส. ได้รับ นับเป็นรางวัลสูงสุดของการทำงานด้านสร้างเสริมสุขภาพ

นางจูเลียต กล่าวว่า การที่รัฐบาลจะมีนโยบายนำระบบงบประมาณภาษีเฉพาะนี้กลับเข้าสู่งบประมาณปกติ จะทำให้ระบบการปกป้องสุขภาพของประชาชนตกอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของนโยบายรัฐบาลและพรรคการเมือง ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และเปิดโอกาสให้ถูกแทรกแซงจากกลุ่มอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ ยาสูบ และอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาของการสร้างเสริมสุขภาพทั่วโลกที่ทุกรัฐบาลมักจะละเลย เพราะมองว่าเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล และเน้นให้กระทรวงสาธารณสุขไปรักษาเมื่อป่วยแล้ว เช่น โรคที่เกิดจากพฤติกรรม อย่างโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เป็นสาเหตุทำให้คนไทยเสียชีวิตสูงถึงกว่า 400,000 รายต่อปีนั้น รวมทั้ง อุบัติเหตุดื่มแล้วขับ ความรุนแรง และปัญหาสุขภาพจิต ล้วนมีแรงกระตุ้นจากการตลาดของธุรกิจที่กระตุ้นพฤติกรรมเสี่ยง จึงต้องใช้การป้องกันมากกว่ารักษา

“โดยเฉพาะต้องมีกฎหมายที่ควบคุมการตลาด กฎหมายจำกัดการดื่มการสูบ และมาตรการเพิ่มราคาหรือขึ้นภาษี ซึ่งแม้รัฐบาลทั่วโลกมักจะไม่ใช้ แต่ในหลักวิชาการขององค์การอนามัยโลกแล้วถือเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการลดผลกระทบ โดยเครือข่ายภาคประชาสังคมจะเป็นกลไกสำคัญที่ร่วมกับรัฐบาลในการลดปัญหานี้ ดังนั้น ที่ประชุมใหญ่ขององค์กรจึงมีมติแถลงการณ์ไปยังนายกรัฐมนตรี และสื่อมวลชนถึงความห่วงใย และขอให้ยกเลิกนโยบายที่ส่งผลเสียต่อระบบสุขภาพของไทยดังกล่าว” นางจูเลียต กล่าว

Advertisement

ด้าน นายธีระ วัชรปราณี กรรมการบริหารขององค์กร Movendi International และผู้แทนจากเครือข่ายงดเหล้า (Stop Drink Network) กล่าวว่า เครือข่ายงดเหล้าเป็นสมาชิกของ Movendi ตั้งแต่ปี 2557 ที่เดิมใช้ชื่อ IOGT International โดยได้ร่วมกันผลักดันนโยบายการควบคุมแอลกอฮอล์ ยาสูบ และยาเสพติดในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยตนเองได้รับการยอมรับให้เป็นกรรมการบริหารขององค์กรในชุดปัจจุบันในตัวแทนภูมิภาคเอเชียอีกสมัย ปี 2569-2573 หลังจากที่ได้เป็นกรรมการมาแล้ว 2 ครั้ง ปี 2557-2561 และ 2565-2069 เป็นเพราะว่าผลงานของเครือข่ายฯ เป็นที่ประจักษ์ต่อนานาชาติ โดยเฉพาะการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจาก สสส. ซึ่งสอดคล้องกับองค์กร Movendi International ที่มีการก่อตั้งยาวนานกว่า ตั้งแต่ปี ค.ศ.1851 รวม 175 ปี มาแล้ว

นายธีระ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเครือข่ายงดเหล้าได้รับงบประมาณจาก สสส. ตั้งแต่ปี 2546 เริ่มด้วยการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาต่อเนื่องทุกปี รณรงค์งานเทศกาลประเพณีให้ปลอดภัยควบคุมแอลกอฮอล์กว่า 200 งาน ส่งเสริมชุมชนสู้เหล้าและช่วยเหลือทำให้คนเลิกเหล้าเป็น “คนหัวใจเพชร” กว่า 300 ชุมชน ด้านเด็กเยาวชนจะเน้นพัฒนา Mindset ผู้ใหญ่ ได้แก่ ผู้บริหารการศึกษา ครู และโค้ชกีฬาฟุตซอล เพื่อเป็นผู้นำแบบอย่าง และสร้างความปลอดภัยสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งโดยมีครูเข้าร่วมกว่า 2,000 คน และโค้ชกว่า 250 คน รวมถึงมีโครงการแข่งขันฟุตซอลเยาวชนชายอายุไม่เกิน 15 ปีที่ใหญ่ที่สุด สร้างโอกาสให้น้องๆ กว่า 1,100 ทีม โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลให้มีประสบการณ์และทัศนคติการใช้ชีวิตที่ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน นอกจากนั้น เครือข่ายงดเหล้ายังเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี 2551 และฉบับแก้ไขปี 2568 เพื่อเป็นหลักประกันสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน เช่น การห้ามขายเหล้าในรถไฟและสถานีรถไฟ ซึ่งขับเคลื่อนจากกรณีน้องผู้หญิงถูกคนเมาทำร้ายบนรถไฟ เมื่อมีกฎหมายบังคับใช้ ปัญหาก็ลดลงและมีความปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงการห้ามขายเบียร์แบบกดอัตโนมัติในร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น

นายธีระ กล่าวว่า ในการเดินทางเข้าร่วมประชุมในฐานะกรรมการบริหารองค์กร Movendi ตนเองได้นำเสนอผลงานรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา” ของประเทศไทย ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 ต่อที่ประชุมระดับโลก โดยแสดงให้เห็นว่า การรณรงค์งดดื่มแบบชั่วคราวในช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ ทั้งจากผลวิจัยข้อมูลการจำหน่ายสุราจากสรรพสามิตย้อนหลัง 23 ปี พบว่า ในช่วงรณรงค์การบริโภคต่อหัวลดลง 9.97% และจากผลการสำรวจประเมินการรณรงค์ในช่วงปี พ.ศ.2558-2568 พบว่ามีประชาชนที่งดดื่มตลอด 3 เดือน งดดื่มบางช่วง หรือปรับลดปริมาณการดื่ม รวมเฉลี่ยปีละกว่า 10 ล้านคน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแนวทางที่มีลักษณะคล้ายกับการรณรงค์งดดื่มชั่วคราวในต่างประเทศ เช่น Dry January, Dry July และ Ocsober แต่การรณรงค์ของไทยมีระยะเวลาต่อเนื่องถึง 3 เดือน และมีการศึกษาประเมินผลอย่างเป็นระบบ