ษัษฐรัมย์ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า หย่อนบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง เผยประชาชนให้ความสนใจ อาจมีการเปลี่ยนแปลง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม ที่เทศบาลเมืองบางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี มีประชาชนทยอยเดินทางมาเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม โดยที่จุดนี้มีทั้งหมด 20 หน่วยเลือกตั้ง เปิดให้ลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. โดยจุดนี้มี รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกรรมการผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนในคณะกรรมการประกันสังคม ทีมประกันสังคมก้าวหน้า เดินทางมาลงคะแนนพร้อมครอบครัว
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์กล่าวว่า วันนี้ผู้ประกันตนและนายจ้างให้ความสนใจและตื่นตัวกับการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นอย่างมาก หากเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 คิดว่าครั้งนี้มีความคึกคักมากกว่าหลายเท่า จากสถานการณ์ที่เห็นคิดว่าผู้ประกันตนจำนวนมากมีความตื่นตัวและให้ความสนใจกับการเลือกตั้งครั้งนี้ เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่มีความหมายและมีความสำคัญอย่างมาก จึงขอเชิญชวนทุกคนมาใช้สิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลานี้จนถึงเวลา 16.00 น. การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการเลือกตั้งที่มีผู้มีสิทธิจำนวนมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยมีผู้มีสิทธิมากกว่า 10 ล้านคน

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์กล่าวอีกว่า ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่นของสำนักงานประกันสังคมได้ หรือจะค้นหาผ่าน Google ด้วยคำว่า “เช็กสิทธิเลือกตั้งประกันสังคม” จากนั้นกรอกข้อมูลส่วนบุคคลตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อยืนยันตัวตนและตรวจสอบข้อมูลการใช้สิทธิได้ สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกใช้อินเตอร์เน็ต สามารถโทรศัพท์ไปที่สายด่วนประกันสังคม หมายเลข 1506 แล้วกด 9 ได้ โดยช่องทางนี้ยังสามารถใช้บริการได้ในขณะนี้
ส่วนการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์มองว่า ทำได้อย่างรวดเร็ว วันนี้มาใช้สิทธิที่บางบัวทอง จ.นนทบุรี ใช้เวลาเพียงไม่นานไม่ถึง 5 นาที อีกทั้งยังมีการจัดเตรียมเคาน์เตอร์และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างพร้อมเพรียง คิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนให้ความสนใจและร่วมกันติดตามตรวจสอบการทำงานของประกันสังคมอย่างจริงจัง เมื่อสังคมให้ความสนใจมากขึ้น มีการตรวจสอบและจับตามองมากขึ้น ก็จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์กล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ยิ่งมีผู้ประกันตนออกมาใช้สิทธิและมีส่วนร่วมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ประกันตนและนายจ้างมากขึ้น

นายศรายุทธ อายุ 39 ปี อาชีพวิศวกร กล่าวว่า ทำประกันสังคมมาตรา 33 ทำประกันสังคมมาตั้งแต่เริ่มทำงาน น่าจะประมาณ 15 ปี ปกติไม่ค่อยได้ใช้สิทธิประกันสังคม รวมทั้งเรื่องรักษาพยาบาล แต่สิ่งที่อยากให้เปลี่ยนแปลงคือระบบการบริหารจัดการเงินกองทุน อยากให้มีการนำเงินไปลงทุนหรือพัฒนาต่อยอดให้เงินงอกเงย ไม่ใช่นำเงินไปใช้แล้วสูญหายไป และเมื่อถึงเวลาที่ผู้ประกันตนจำเป็นต้องใช้สิทธิจริงๆ กลับไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร
นายศรายุทธกล่าวว่า นอกจากนี้ อยากให้มีการชี้แจงหรือเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับรายรับ รายจ่าย และสถานะทางการเงินของกองทุนให้ผู้ประกันตนได้รับทราบ โดยไม่จำเป็นต้องรายงานตลอดเวลาก็ได้ อาจสรุปข้อมูลเป็นรายปีว่าปัจจุบันกองทุนมีเงินสะสมอยู่เท่าไหร่ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับทราบข้อมูลและเข้าใจสถานะทางการเงินของกองทุนมากขึ้นครับ
นายศรายุทธกล่าวอีกว่า สุดท้ายแล้วผู้ประกันตนส่วนใหญ่ก็คาดหวังว่าจะมีเงินไว้ใช้ในยามจำเป็น สำหรับตนก็ขอแค่ให้มีเงินใช้ในวันที่จำเป็นก็พอ ส่วนเรื่องที่อยากให้ปรับปรุงคือเรื่องการให้บริการที่เร็วขึ้นกว่านี้ แต่ก็เข้าใจว่ามีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก



