ผู้ประกันตน มาเลือกตั้งประกันสังคม ลงคะแนนให้ ‘ทีมก้าวหน้า’ ต้องการหนุนคนที่มีคุณภาพ
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่โรงเรียนวัดหัวลำโพง เขตบางรัก มีการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) เพื่อคัดเลือกผู้แทนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคม โดยเปิดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. พร้อมกันทั่วประเทศ รวม 5,233 หน่วยเลือกตั้ง
นางพรทิพย์ แอชตัน อายุ 50 ปี ผู้ประกันตนมาตรา 33 เปิดเผยว่า ทราบข่าวการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจากช่องทาง TikTok เนื่องจากพบคลิปที่นำเสนอและเชิญชวนให้เลือกทีมผู้สมัครอยู่เป็นประจำ จึงติดตามข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง และตั้งใจเดินทางมาใช้สิทธิเลือก ‘ทีมประกันสังคมก้าวหน้า‘ โดยเฉพาะ
“คาดหวังให้บอร์ดประกันสังคมชุดใหม่เข้ามาเปลี่ยนแปลงการทำงานของสำนักงานประกันสังคม โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินงาน ซึ่งจากการติดตามข่าวสารที่ผ่านมา พบว่ามีหลายประเด็นที่ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใส จึงต้องการเห็นการทำงานที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกันตนมากขึ้น” นางพรทิพย์กล่าว
นางพรทิพย์กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน เพราะจากประสบการณ์ส่วนตัวพบว่าการดำเนินงานของสำนักงานประกันสังคมมีความล่าช้า โดยยกตัวอย่างกรณีเข้ารับบริการทำฟันเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และได้ยื่นขอเบิกเงินคืนจำนวน 900 บาท แต่จนถึงวันที่ให้สัมภาษณ์ยังไม่ได้รับเงินคืน แม้จะเป็นจำนวนเงินไม่มากก็ตาม
“หลังจากยื่นเบิกเงินแล้วต้องรอเป็นเวลานาน และเคยโทรศัพท์ติดต่อสอบถามความคืบหน้า แต่ไม่มีผู้รับสาย ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิ แม้สิทธิประโยชน์บางอย่างอาจไม่ได้ใช้บ่อยครั้ง แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้สิทธิจริง กลับต้องรอการเบิกจ่ายเป็นเวลานาน อีกทั้งยังไม่แน่ใจว่าจะได้รับเงินคืนหรือไม่ จนปัจจุบันไม่ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวต่อแล้ว” นางพรทิพย์กล่าว
นางพรทิพย์กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจากการใช้สิทธิทำฟัน โดยคลินิกที่เข้ารับบริการไม่ได้ดำเนินการเบิกจ่ายให้โดยตรง เราจึงต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน แล้วจึงนำเอกสารมายื่นเบิกเงินคืนจากสำนักงานประกันสังคม ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องพื้นฐานที่ไม่ควรมีขั้นตอนยุ่งยาก แต่กลับต้องใช้เวลานานและติดต่อสอบถามได้ไม่สะดวก จึงอยากเห็นการปรับปรุงระบบให้ผู้ประกันตนเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
เมื่อถามถึงการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ นางพรทิพย์กล่าวว่า ในวันที่เดินทางมาใช้สิทธิถือว่าได้รับความสะดวก แต่ไม่สามารถตอบได้ว่าผลการเลือกตั้งหรือการดำเนินการหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม ก่อนจะมาถึงวันเลือกตั้ง มีอุปสรรคและความยุ่งยากหลายอย่างตามที่ติดตามข่าวมาโดยตลอด จึงอยากให้การเลือกตั้งในครั้งต่อไปมีขั้นตอนที่สะดวกและราบรื่นมากขึ้น
“ติดตามข่าวการเลือกตั้งมาอย่างต่อเนื่องและรอวันที่จะได้ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ โดยก่อนหน้านี้ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมมาหลายปี เนื่องจากมองว่าการเป็นผู้ประกันตนไม่ได้ให้ประโยชน์กับชีวิตมากนัก จึงไม่ได้ส่งเงินสมทบเข้าสู่ระบบ แม้จะเคยทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่งมาก่อนก็ตาม” นางพรทิพย์กล่าว
นางพรทิพย์กล่าวต่อว่า เมื่อมีทีมประกันสังคมก้าวหน้าเข้ามามีบทบาทและเกิดกระแสการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ผู้ให้สัมภาษณ์จึงตัดสินใจกลับเข้าสู่ระบบประกันสังคมผ่านบริษัทที่ทำงานอยู่ เพื่อให้มีสิทธิเลือกตั้งและสามารถเลือกทีมที่ตนติดตามและสนับสนุนได้โดยเฉพาะ ‘ตั้งใจรอวันเลือกตั้งครั้งนี้มาเป็นเวลานาน‘
สำหรับความคาดหวังต่อผู้แทนที่จะได้รับเลือกเข้าไปเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม นางพรทิพย์กล่าวว่า หากเป็นกลุ่มผู้สมัครที่ตนเลือก ก็มีความมั่นใจว่าจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ เนื่องจากติดตามการทำงานและข้อมูลของกลุ่มดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเป็นพิเศษ
”ต้องการสนับสนุนบุคคลที่มีคุณภาพ มีศักยภาพ และมีความตั้งใจจริงในการทำงาน เพื่อเข้าไปทำหน้าที่เป็นผู้แทนในคณะกรรมการประกันสังคม โดยหวังว่าบุคคลเหล่านี้จะทำงานได้ดีและมีความจริงใจต่อประชาชน สามารถนำปัญหาของผู้ประกันตนไปผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นรูปธรรม“ นางพรทิพย์กล่าว 




