‘ปลัดแรงงาน’ เผยคนออกมาเลือกตั้งประกันสังคมพุ่ง 6.7 แสนคน กว่า 300% เกิน 4 เท่าตัว ยันไร้ปัญหา เร่งรับรองผลให้ทันภายในปีนี้
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่สำนักงานประกันสังคม สำนักงานใหญ่ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พร้อมด้วย น.ส.จีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ร่วมกันแถลงข่าวภาพรวมการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม ปี พ.ศ.2569 (บอร์ดประกันสังคม) ภายหลังการปิดเลือกตั้งในเวลา 16.00 น.
พ.ต.ท.วรรณพงษ์กล่าวว่า การจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เปิดหน่วยเลือกตั้งครบ 100% ตั้งแต่เวลา 08.00 น. และขณะนี้ทุกหน่วยเริ่มกระบวนการนับคะแนนแล้ว โดยภาพรวมการเลือกตั้งตลอดทั้งวันได้รับความร่วมมือจากนายจ้างและผู้ประกันตนเป็นอย่างดี
“อุปสรรคที่พบส่วนใหญ่คือปัญหาการจราจรติดขัดตั้งแต่ช่วงเช้า ขณะที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย ไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคสำคัญตลอดวัน ส่วนปัญหาปลีกย่อยที่เกิดขึ้นในบางกรณี เช่น ปัญหาเกี่ยวกับข้อมูลการส่งเงินสมทบ ความไม่ต่อเนื่องของข้อมูล และการเดินทางไปยังสถานที่เลือกตั้งผิดแห่ง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขตามขั้นตอนและระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมขออภัยผู้ที่ได้รับความไม่สะดวก” พ.ต.ท.วรรณพงษ์กล่าว
พ.ต.ท.วรรณพงษ์กล่าวว่า สำหรับการนับคะแนน ขณะนี้ทุกหน่วยเลือกตั้งเริ่มนับคะแนนแล้ว และสำนักงานประกันสังคมได้เปิดระบบ Dashboard เพื่อให้ประชาชนติดตามผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ โดยข้อมูลอาจไม่ได้ปรับปรุงแบบเรียลไทม์ทุกนาที เนื่องจากแต่ละหน่วยใช้เวลาในการนับคะแนนแตกต่างกัน

“มีบางหน่วยที่นับคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว 100% เช่น อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา โดยเฉพาะหน่วยที่มีผู้มาใช้สิทธิจำนวนไม่มาก ขณะที่หน่วยเลือกตั้งขนาดใหญ่ยังอยู่ระหว่างการนับคะแนน” พ.ต.ท.วรรณพงษ์กล่าว
พ.ต.ท.วรรณพงษ์กล่าวต่อว่า ข้อมูลผู้มาใช้สิทธิที่ได้รับรายงานในขณะนี้ยังไม่ครบถ้วนทุกหน่วย แต่พบว่ามีผู้ประกันตนมาใช้สิทธิแล้วอย่างน้อย 670,000 คน ส่วนฝ่ายนายจ้างมีผู้มาใช้สิทธิแล้ว 8,965 คน โดยภาพรวมแบบไม่เป็นทางการ มีผู้มาใช้สิทธิเกินกว่า ปี 2566 กว่า 300% เกิน 4 เท่าตัว ซึ่งตัวเลขทั้งหมดเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ยังไม่เป็นทางการ และอาจเพิ่มขึ้นได้อีกเมื่อได้รับรายงานครบทุกหน่วย
“หากพิจารณาภาพรวมทั้งสองฝ่าย จำนวนผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเกี่ยวกับขั้นตอนการใช้สิทธิที่เปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิสามารถไปลงคะแนนได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนแสดงความประสงค์ล่วงหน้า ทั้งนี้ คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามการนับคะแนนอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละหน่วยจนกว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้น” พ.ต.ท.วรรณพงษ์กล่าว
พ.ต.ท.วรรณพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับพื้นที่ที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก ได้แก่ ศรีราชา ซึ่งมีผู้มีสิทธิประมาณ 260,000 คน และ จ.สมุทรปราการ ประมาณ 200,000 คน ขณะที่พื้นที่กรุงเทพฯ และส่วนกลางก็มีผู้มาใช้สิทธิค่อนข้างมากเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิและผลคะแนนที่รายงานในขณะนี้ยังเป็นข้อมูลเบื้องต้น เนื่องจากสำนักงานประกันสังคมยังไม่ได้รับรายงานครบถ้วนจากทุกหน่วยเลือกตั้ง และยังอยู่ระหว่างการนับคะแนน จึงต้องรอข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนสรุปผลอย่างเป็นทางการ

“คาดว่ากระบวนการนับคะแนนจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยไม่น่ามีปัญหาหรืออุปสรรคสำคัญ พร้อมให้คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และคอยช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละหน่วยเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องจนกว่าการนับคะแนนจะแล้วเสร็จ” พ.ต.ท.วรรณพงษ์กล่าว
เมื่อถามว่า จำนวนผู้ไม้ใช้สิทธิมากขึ้น จะส่งผลต่อการสรุปคะแนนอย่างไม่เป็นทางการทันเวลา 20.00 น. หรือไม่ พ.ต.ท.วรรณพงษ์กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถกำหนดเวลาได้ และปีนี้มีหน่วยเลือกตั้งมากกว่า 5,233 หน่วยเลือกตั้ง ถือเป็นจำนวนมากจริงๆ และหลายหน่วยเลือกตั้งก็มีผู้ใช้สิทธิเยอะมาก ซึ่งต้องทำอย่างละเอียด ถี่ถ้วน และต้องใช้เวลาในการนับคะแนนพอสมควร ยังไม่สามารถบอกได้ว่าภายใน 20.00 น. จะสามารถดำเนินการได้ครบถ้วนทุกหน่วยหรือไม่
“เรายังไม่ได้รับรายงานเรื่องกระดาษนับคะแนนที่ทับซ้อนกัน และหากพบก็ต้องตรวจสอบไปในแต่ละหน่วย แต่ตอนนี้ยังไม่ทราบปัญหา” พ.ต.ท.วรรณพงษ์กล่าว
ด้าน น.ส.จีระภากล่าวถึงปัญหาที่พบบ่อยที่สุดว่า สำนักงานประกันสังคมเปิดโอกาสให้ลงทะเบียนเลือกตั้ง เพื่อให้เลือกในสิ่งที่อยากจะไปเลือกตั้งที่ไหน แต่ผู้ไม่ได้ลงทะเบียน ประกันสังคมจะใช้หน่วยเลือกตั้งตามสถานประกอบการ ดังนั้น จึงมีประเด็นว่าบางครั้งอาจจะไม่ได้ดูข้อความ หรือเว็บไซต์ที่ประกันสังคมกำหนด ว่าต้องไปดูหน่วยเลือกตั้ง ทำให้เกิดความสับสน ไปไม่ถูกที่ ทั้งที่ความจริงแล้วเรามีข้อความแจ้ง และมีที่ให้ตรวจสอบอยู่แล้ว ส่วนอีกปัญหาที่พบมากคือการไม่มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ตรวจสอบตั้งแต่แรก จึงมาเจอในวันเลือกตั้ง ก็เลยมีประเด็นเข้ามาที่ศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง

น.ส.จีระภากล่าวต่อว่า ผลการนับคะแนนต้องตรวจนับอย่างละเอียด เพราะการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ อาจจะเสร็จดึก หรือตอนเช้า แต่ผลที่เป็นทางการต้องมีการตรวจนับจากหน่วยเลือกตั้งที่ส่งมายังจังหวัด และกรรมการดำเนินการเลือกตั้ง (กดต.) ก็ต้องตรวจสอบอีกครั้งก่อนที่จะรายงานที่คณะกรรมการการเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตาม สำนักงานประกันสังคมจะทำให้เร็วที่สุด เพราะเราอยากได้บอร์ดประกันสังคมใหม่เข้ามาให้เร็วที่สุด และจะทันภายในสิ้นปี เพราะครั้งที่ผ่านมา แล้วเสร็จภายใน 70 วัน แต่เนื่องจากผู้มาใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้น อาจใช้เวลานานกว่านั้นแต่เราจะทำให้เร็วที่สุด
ส่วนคะแนนจะมีโอกาสพลิกเหมือนครั้งที่แล้วหรือไม่ น.ส.จีระภากล่าวว่า ครั้งที่แล้ว ถ้าผลอย่างเป็นทางการ ไม่พลิกอย่างแน่นอน แต่คะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ การคีย์คะแนนเข้ามาอาจจะมีประเด็นเรื่องการใส่เลขศูนย์เกิน จึงต้องมีกระบวนการตรวจสอบ เราจึงไม่กล้าประกาศผลอย่างเป็นทางการ
ขณะที่การนับคะแนน ประชาชนไปสังเกตการณ์พบว่ามีความผิดปกติ ใบนับคะแนนซ้อนกัน ทำให้ไม่เห็นหมายเลขในการรับนั้น น.ส.จีระภากล่าวว่า เรายังไม่ได้รับรายงาน แต่ต้องมีการตรวจสอบแน่นอน หากมีการแจ้งเข้ามา ขณะนี้ยังไม่ได้รับการแจ้งเข้ามาจากหน่วยที่เลือกตั้ง แต่รับรองว่าสามารถตรวจสอบ และทำให้การเลือกตั้งโปร่งใสได้อย่างแน่นอน

“ส่วนปัญหาเรื่องโพย ยืนยันว่าไม่มีแล้ว สามารถทำได้สะดวก ปลอดภัย รวดเร็ว และได้รับคำชมจากเพจต่างๆ ว่าคนมาเลือกตั้งเยอะ แต่เราสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ จ.สมุทรปราการ ชมเป็นพิเศษ” น.ส.จีระภากล่าว
น.ส.จีระภากล่าวถึงกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนหลังจากนี้ว่า หลังประกาศรายชื่อผู้ชนะ ภายใน 7 วัน จะต้องยื่นคัดค้านมา และคณะกรรมการ กกต.จะพิจารณาว่าสิ่งที่คัดค้านมีเหตุผลหรือไม่ และจะเร่งพิจารณาต่อไปภายใน 30 วันหากไม่แล้วเสร็จ สามารถขยายเวลาต่อได้อีก 30 วัน ก็มีกระบวนการนี้อยู่ในกฎหมาย



