แกนนำชุมชนขอหยุดดันแก้ กม.บัตรทอง เปิดทางร่วมจ่าย หวั่นคนรายได้น้อยไม่ไปรับการรักษา 

12.10.26 | 16:29 น.

แกนนำชุมชนขอหยุดดันแก้ กม.บัตรทอง เปิดทางร่วมจ่าย หวั่นคนรายได้น้อยไม่ไปรับการรักษา 


วันนี้ (12 ตุลาคม 2569) น.ส.วิมล ถวิลพงษ์ แกนนำชุมชนเขตสายไหม ที่ได้ร่วมเดินขบวนในนามขบวนคนจนเพื่อสิทธิที่ดินและที่อยู่อาศัย (ขพศ.) เพื่อคัดค้านการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ เพราะผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) กว่า 45 ล้านคน มีการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลผ่านระบบภาษีอยู่แล้ว เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ฯลฯ รวมถึงส่วนตัวเชื่อว่า งบบัตรทองยังเพียงพอต่อการสนับสนุนให้ประชาชนสิทธิบัตรทองได้รับการรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องร่วมจ่ายเพิ่ม เพราะคนที่ใช้สิทธิบางคนแทบไม่ได้ไปใช้สิทธิในการรักษาเลย ซึ่งหมายความว่า เงินเหมาจ่ายรายหัวของคนเหล่านั้น จะถูกนำไปเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขในการเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับคนที่เจ็บป่วยมาก

น.ส.วิมล กล่าวว่า อีกทั้งนับตั้งแต่ที่ระบบบัตรทองเกิดขึ้นในปี 2545 ก็ได้ช่วยดูแลคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยให้ได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างดีมาโดยตลอด รวมถึงมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำให้คนบางกลุ่มไม่ต้องร่วมจ่ายค่ารักษา 30 บาท หรือการขยายความครอบคลุมในการรักษาโรคร้ายแรง แล้วเหตุใดสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) หรือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จะมาผลักดันให้ผู้ใช้สิทธิบัตรทองต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลอีก

“พวกเราเคยเห็นมาแล้วว่า ตอนไม่มีบัตรทองเกิดอะไรขึ้น มีคนเจ็บป่วยต้องล้มละลายจากการรักษาต่างๆ เช่น ต้องไปขายไร่ขายนา ขายทุกอย่าง เพื่อมาใช้เป็นค่ารักษาจนหมดตัว บางคนต้องกลายเป็นคนไร้บ้านเลยจากการรักษาพยาบาล เพราะพอหมดตัวเขาก็ไม่เหลืออะไร บ้านก็ขาย ที่นาที่ไร่ก็ขาย” น.ส.วิมล กล่าวและว่า นอกจากนี้ บางคนมีค่าแรงวันละ 300 บาท และขณะนี้ก็อยู่ในสถานการณ์ที่ค่าสินค้าอุปโภคบริโภคมีการปรับตัวขึ้น ซึ่งถ้าต้องมาร่วมจ่ายค่ารักษาเพิ่มอีก อาจมีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล และนำไปสู่การที่ผู้คนมีอัตราการเจ็บป่วยมากขึ้น จากการที่กลุ่มคนรายได้น้อยเลือกทนอยู่กับความเจ็บป่วย และนำเงินรายได้ที่หามาได้ไปใช้ดูแลครอบครัว ดังนั้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้ รวมถึงถ้ายังเห็นคนจนยังมีคุณค่าอยู่ ก็อยากให้ผู้ที่กำลังผลักดันการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ ยกเลิกการผลักดันนี้

Advertisement

น.ส.วิมล กล่าวว่า อยากให้นึกถึงคนทั้งประเทศว่ามีการจ่ายภาษีอยู่แล้ว และถ้าจะมาให้ประชาชนคนจนร่วมจ่าย ทุกวันนี้ กลุ่มคนจนเขามีค่าแรงวันละ 300 กว่าบาท ซึ่งขณะนี้ค่าไข่ขึ้นแล้ว ค่าข้าวขึ้นแล้ว ค่าน้ำมันขึ้นแล้ว ทุกอย่างขึ้นไปหมด ซึ่งถ้าสมมติให้สิทธิบัตรทองร่วมจ่ายร้อยละ 10 นั่นหมายถึงว่าถ้าไปรักษา 3,000 บาทก็ต้องร่วมจ่ายแล้ว 300 บาท แล้วคนจนมีค่าแรง 300 บาท หรือผู้สูงอายุมีเบี้ยผู้สูงอายุ 600 บาท แล้วจะให้กินอะไร เพราะเขาไม่มีรายได้อื่นอีกแล้ว