เปิดไพ่ใบสำคัญ ‘พรรคการเมือง’ ช่วยหาเสียงเลือกตั้งประกันสังคม ผิดระเบียบเลือกตั้ง?

13.10.26 | 13:06 น.

เปิดไพ่ใบสำคัญ ‘พรรคการเมือง’ ช่วยหาเสียงเลือกตั้งประกันสังคม ผิดระเบียบเลือกตั้ง?

ตามที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) รายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม อย่างไม่เป็นทางการว่า การนับคะแนนเสร็จสิ้นครบ 100% แล้ว หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้มาใช้สิทธิกว่า 1 ล้านคน ขณะที่ขั้นตอนต่อจากนี้อยู่ที่การตรวจสอบความถูกต้องของคะแนนและคุณสมบัติผู้ได้รับเลือกตั้ง ก่อนประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ


การตรวจสอบคุณสมบัติผู้ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นประเด็นที่ต้องจับตา โดยเฉพาะข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองและนักการเมือง เนื่องจากก่อนหน้านี้สำนักงานประกันสังคมเคยเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างระเบียบเลือกตั้งฉบับใหม่ ซึ่งมีแนวคิดเพิ่มหลักเกณฑ์ด้านคุณสมบัติผู้สมัคร ทั้งความรู้ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต และความเป็นกลางทางการเมือง แม้ว่าท้ายที่สุด กระทรวงแรงงานมีข้อสรุปให้กลับไปใช้ระเบียบกระทรวงแรงงาน พ.ศ.2564 ในการจัดการเลือกตั้งวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา

โดยข้อความตามระเบียบเดิม ข้อ 23 (10) ระบุคุณสมบัติผู้สมัครเพียงการ “ไม่เป็นหรือเคยเป็น” ข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือกรรมการหรือที่ปรึกษาของพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

แต่หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 15 มกราคม-14 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานประกันสังคมเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม โดยมีการแสดงความคิดเห็นรวม 1,244,260 ครั้ง

Advertisement

สาระของร่างระเบียบใหม่มีความพยายามปรับวิธีการเลือกตั้งจากเดิมที่ผู้มีสิทธิเลือกผู้สมัครได้หลายคน มาเป็นหลัก “1 คน 1 เสียง” โดยเลือกผู้สมัครได้เพียงคนเดียว พร้อมเสนอปรับหลักเกณฑ์การแบ่งสัดส่วนผู้แทนผู้ประกันตนมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ตลอดจนกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครให้มีความรู้หรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง มีคุณธรรมและจริยธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริต “รวมถึงแนวคิดเรื่องความเป็นกลางทางการเมืองและการไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคการเมือง” อย่างไรก็ตาม ร่างระเบียบดังกล่าวมีข้อถกเถียงหลายประเด็น ทั้งวิธีลงคะแนน การคำนวณสัดส่วนผู้แทนแต่ละมาตรา คุณสมบัติผู้สมัคร และขั้นตอนการจัดการเลือกตั้งที่อาจใช้เวลานานขึ้น ซึ่งผลการรับฟังความคิดเห็นพบว่า 95.22% เห็นควรกลับไปใช้ระเบียบกระทรวงแรงงาน พ.ศ.2564 โดยให้เหตุผลว่าระเบียบเดิมมีขั้นตอนชัดเจนกว่า ใช้เวลาดำเนินการสั้นกว่า และลดผลกระทบจากความล่าช้าในการจัดการเลือกตั้งได้

กลับมาที่การเลือกตั้งในวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา สำหรับการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ชนะเลือกตั้ง น.ส.จีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้ระบุว่า จะต้องตรวจสอบความเรียบร้อยของการผนึกหีบบัตรเลือกตั้งเมื่อส่งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในแต่ละจังหวัด รวมถึงตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครอีกครั้ง โดยย้ำว่าไม่มีกฎหมายกำหนดระยะเวลารับรองผลไว้ตายตัว และสำนักงานฯ จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

ส่วนกรณีผู้สมัครอาจมีความเชื่อมโยงกับนักการเมือง น.ส.จีระภาระบุว่า ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี หากพบความเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้องและมีประเด็นตามกฎหมาย สำนักงานฯ จะดำเนินการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ขณะเดียวกัน คำถามว่า “พรรคการเมืองช่วยหาเสียงเลือกตั้งผิดระเบียบหรือไม่?” ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อมูลกับ “อดีตข้าราชการระดับสูง” ของกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ตามข้อกำหนดของกฎหมาย ระบุคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งไว้เพียงว่า “ไม่เป็นหรือเคยเป็น” สมาชิกพรรคการเมืองภายใน 3 ปีที่สมัคร ส่วนข้อสงสัยว่า การที่พรรคการเมืองมาช่วยรณรงค์หาเสียงนั้นจะผิดตามระเบียบเลือกตั้ง จากการตรวจสอบด้านกฎหมาย ยืนยันว่า ไม่มีข้อกำหนดดังกล่าว จึงคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่ผิดต่อระเบียบเลือกตั้งฯ

ประเด็นดังกล่าวนี้ เป็นไพ่ใบสำคัญที่ทำให้ผลการเลือกตั้ง 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ถูกจับตามองมากยิ่งขึ้น เพราะแม้ว่า “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” ที่ได้คะแนนรวมมากกว่า 6 ล้านคะแนน และได้รับเลือกตั้ง 14 จาก 21 ที่นั่งในส่วนของผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ระหว่างนี้ยังต้องผ่านด่านการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร และช่วงเวลาของการยื่นคัดค้านในกรณีที่มีความเห็นแย้งอีกด้วย