สธ.ลงพื้นที่แม่สาย เร่งเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนเสี่ยงรับน้ำเปื้อนโลหะหนัก-สารหนู ยันประปาหมู่บ้าน 38 ระบบ 3 อำเภอ ผ่านเกณฑ์
วันนี้ (15 ตุลาคม 2569) นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยบุคลากรจากกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เชียงราย และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย ลงพื้นที่เฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แม่สาย และ รพ.สต.ตำบลเกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตามมาตรการยกระดับการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายของ จ.เชียงราย เพื่อดำเนินการคัดกรองและเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสรับสัมผัสสารหนูเข้าสู่ร่างกาย โดยมีประชาชนกลุ่มเสี่ยงเข้ารับการคัดกรองสุขภาพและให้เก็บตัวอย่างปัสสาวะเพื่อตรวจวิเคราะห์สารหนูทางห้องปฏิบัติการ รวมจำนวน 400 คน

นพ.เอนก กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเสี่ยงการรับสัมผัสสารหนูของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่พบการปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน โดยมีการดำเนินงาน 1.การประเมินความเสี่ยง โดยซักประวัติการรับสัมผัสสารหนูจากสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมเสี่ยงของประชาชน 2.การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ โดยเก็บตัวอย่างปัสสาวะเพื่อตรวจวิเคราะห์หาสารหนู ในพื้นที่ รพ.สต.เกาะช้าง จำนวน 233 ตัวอย่าง และ รพ.สต.แม่สาย 167 ตัวอย่าง รวม 400 ตัวอย่าง 3.การสื่อสารความเสี่ยง โดยให้ความรู้และคำแนะนำแก่ประชาชนเกี่ยวกับแนวทางป้องกันตนเองจากการรับสัมผัสสารหนู ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวได้รับความร่วมมืออย่างดีจากประชาชน หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ รพ.สต. และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคมีการติดตามเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนจากกรณีสารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำโขง ตามแผนเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี ระหว่างปี พ.ศ.2568 – 2572

“นอกจากนี้ ยังมีการหารือร่วมกับโรงพยาบาล (รพ.) เชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุข ทั้งการดูแลรักษา การส่งต่อผู้ป่วย รวมถึงการสอบสวนโรคกรณีพบผู้ป่วยหรือสงสัยได้รับพิษสารหนูจากสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นแนวทางการจัดบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อมสำหรับหน่วยบริการสุขภาพในพื้นที่ต่อไป” นพ.เอนก กล่าวและว่า กรมควบคุมโรคเน้นย้ำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนสารหนูติดตามข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพน้ำ การตรวจปริมาณสารหนูในพืช ผัก สัตว์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานในพื้นที่อย่างเคร่งครัด หากมีอาการผิดปกติหรือสงสัยว่าได้รับสัมผัสสารหนูควรรีบไปพบแพทย์ทันที หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ด้าน นพ.ธิติ แสวงธรรรม อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคและการป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการปนเปื้อนสารเคมีในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สารหนูในแม่น้ำสาย ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อให้เลือกใช้น้ำจากแหล่งที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้อย่างเหมาะสม จึงลงพื้นที่ร่วมกับกรมควบคุมโรค สสจ.เชียงราย สาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) แม่สาย หน่วยงานสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่เทศบาลตำบลแม่สาย และองค์การบริหารส่วนตำบลเ (อบต.) กาะช้าง เพื่อติดตามสถานการณ์สิ่งแวดล้อม เฝ้าระวังคุณภาพน้ำ และสื่อสารความเสี่ยง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน

“นอกจากนี้ กรมอนามัยจะร่วมกับจังหวัดเชียงราย กรมควบคุมโรค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาศักยภาพผู้ดูแลระบบประปาหมู่บ้าน ตรวจติดตามคุณภาพน้ำตั้งแต่แหล่งน้ำดิบจนถึงจุดใช้น้ำ และนำผลตรวจมาวางมาตรการแก้ไขอย่างเหมาะสม พร้อมขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการและเลือกใช้น้ำจากแหล่งที่ผ่านการตรวจสอบ เพื่อร่วมกันลดความเสี่ยงต่อสุขภาพและสร้างความมั่นใจในการเข้าถึงน้ำสะอาดอย่างยั่งยืน” นพ.ธิติ กล่าว

นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงผลการเฝ้าระวังที่ผ่านมา พบว่า ระบบประปาหมู่บ้าน 38 ระบบ ใน 3 อำเภอ ได้แก่ แม่สาย เชียงแสน และเวียงเชียงรุ้ง ซึ่งใช้น้ำบาดาลเป็นแหล่งน้ำดิบ มีผลตรวจสารหนูผ่านเกณฑ์มาตรฐานทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ผลตรวจดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะระบบที่ได้รับการตรวจสอบ จึงยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังแหล่งน้ำอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ยังเน้นให้ความรู้ประชาชนว่า การตรวจพบสารหนูในแม่น้ำสาย ไม่ได้หมายความว่าน้ำประปาทุกระบบจะมีสารหนูเกินมาตรฐาน โดยควรเลือกใช้น้ำดื่มและน้ำประกอบอาหารจากแหล่งที่มีผลตรวจยืนยันคุณภาพ และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแม่น้ำสายโดยตรงตามประกาศเตือนของจังหวัด ทั้งนี้ การต้มน้ำหรือเติมคลอรีนไม่สามารถกำจัดสารหนูได้ หากพบสารหนูเกินเกณฑ์ ต้องใช้เทคโนโลยีปรับปรุงคุณภาพน้ำที่เหมาะสม และตรวจยืนยันความปลอดภัยก่อนนำไปบริโภค นอกจากนี้ กรมอนามัยได้ตรวจคุณภาพน้ำด้วยชุดทดสอบภาคสนาม พร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งด้านสารหนูและการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ควบคู่กับการสนับสนุนระบบประปาหมู่บ้านตามแนวทาง “3C” ได้แก่ Clear การจัดการระบบประปาให้สะอาดตามหลักวิชาการ Clean การผลิตน้ำให้ได้มาตรฐานคุณภาพ และ Chlorine การควบคุมคลอรีนอิสระคงเหลือเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรค




