สธ. สั่งรับมือฝนหนักภาคใต้ 7 จังหวัด 37 อำเภอ เตรียมทีมแพทย์–ยาเวชภัณฑ์ พร้อมระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ระหว่างวันที่ 14–20 ตุลาคม 2569 พื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกจะเผชิญกับฝนตกหนัก นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสั่งการเขตสุขภาพที่ 11 เตรียมรับมือเต็มพิกัด ในพื้นที่เสี่ยงสูงที่จะเกิดอุทกภัยรวม 37 อำเภอ ใน 7 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่ และนครศรีธรรมราช เน้นย้ำประชาชนต้องได้รับบริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้มอบหมาย นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (กระทรวงสาธารณสุข)
โดยได้มีการกำหนดมาตรการป้องกันและจัดทำแผนความต่อเนื่องทางการแพทย์ในโรงพยาบาลและ รพ.สต. ที่อยู่ในจุดเสี่ยงน้ำท่วมหรือตัดขาด เช่น รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์, รพ.สวี (ชุมพร), รพ.กาญจนดิษฐ์, รพ.ไชยา, รพ.ท่าชนะ, รพ.ท่าโรงช้าง (สุราษฎร์ธานี), รพ.ระนอง, รพ.กระบุรี (ระนอง), รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช, รพ.ท่าศาลา, รพ.ปากพนัง (นครศรีธรรมราช), รพ.ตะกั่วป่า (พังงา), รพ.วชิระภูเก็ต (ภูเก็ต) รวมถึง รพ.สต. ในพื้นที่เกาะและเชิงเขาของจังหวัดกระบี่ โดยทุกโรงพยาบาลได้เตรียมความพร้อมระบบสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ การสำรองกำลังไฟ 100% พร้อมจ่ายไฟทันทีในสภาวะวิกฤต และสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมง สำรองน้ำใช้สะอาดรองรับสภาวะวิกฤตอย่างน้อย 3 วัน ตรวจสอบปริมาณออกซิเจนเหลวให้เต็มพิกัดตลอดเวลา รวมทั้งเตรียมพร้อมระบบวิทยุสื่อสาร อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ และรายงานทรัพยากรผ่านกลุ่ม Line Group ICS ทุก 6 ชั่วโมง ตลอดจน สต็อกยา-เวชภัณฑ์ พร้อมระบบส่งต่อ Refer/EMS ทุกมิติ
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ด้านการสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ ได้มีการจัดเตรียมสำรองอย่างเพียงพอ ทั้งชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย ยา Doxycycline 100 mg สำหรับป้องกันโรคฉี่หนู ชุดตรวจ Leptospirosis ชุดตรวจไข้หวัดใหญ่ เสื้อชูชีพ รองเท้ายางบูท รวมถึงยาทาแก้คันและยาทาเชื้อรา นอกจากนี้ ยังได้เตรียมทีมปฏิบัติการด้านการแพทย์ รวมทั้งวางเครือข่ายส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน ทั้งทางบกด้วยรถพยาบาลขับเคลื่อน 4 ล้อ (4×4) ทางน้ำด้วยเรือพยาบาลกู้ชีพสำหรับพื้นที่เกาะ/ชายฝั่ง และทางอากาศด้วยระบบ Sky Doctor ร่วมกับกองทัพในกรณีเส้นทางบกและน้ำถูกตัดขาด อีกทั้งเตรียมจัดตั้งศูนย์พักพิงทางการแพทย์ (Medical Shelter) ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อรองรับการอพยพประชาชนและการดูแลกลุ่มเปราะบางซึ่งมีประมาณ 909,052 ราย เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดตั้ง 17 แห่ง และ จังหวัดระนอง จัดตั้ง ที่ รพ.ระนอง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หากเกินขีดความสามารถ พื้นที่สามารถร้องขอการสนับสนุนจากส่วนกลาง ทั้งรถยกสูง ยานพาหนะทางน้ำ ระบบสื่อสารสำรอง ทีมแพทย์ MERT/Mini-MERT/MACTT และการลำเลียงทางอากาศได้ทันที
“สำหรับสถานการณ์ภาพรวมใน 20 จังหวัด สถานพยาบาลได้รับผลกระทบสะสม 175 แห่ง กลับมาเปิดให้บริการ 156 แห่ง ให้บริการทางการแพทย์ในภาพรวมสะสมแล้ว 421,530 ครั้ง ดูแลกลุ่มเปราะบางรวม 113,039 ราย คัดกรองสุขภาพจิตสะสม 50,506 ราย สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์สะสม 545,471 รายการ และสนับสนุนการให้บริการศูนย์พักพิงที่ยังคงเปิดบริการ 248 แห่ง ผู้พักพิง 5,847 ราย” นพ.สมฤกษ์กล่าว


