‘ษัษฐรัมย์’ จี้เร่งรับรองผลบอร์ดประกันสังคม เปิดทางชุดใหม่ร่วมสรรหาที่ปรึกษา

19.10.26 | 15:21 น.

‘ษัษฐรัมย์’ จี้เร่งรับรองผลบอร์ดประกันสังคม เปิดทางชุดใหม่ร่วมสรรหาที่ปรึกษา

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ในฐานะบอร์ดรักษาการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ชุดที่ 14 ครั้งที่ 13/2569 ว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของคณะกรรมการชุดปัจจุบัน โดยคาดว่าการประชุมครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ซึ่งน่าจะเป็นช่วงที่คณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่แล้ว

“ในการประชุมครั้งนี้มีการนำวาระเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาที่ปรึกษาคณะกรรมการประกันสังคมเข้าพิจารณา โดยที่ปรึกษาดังกล่าวจะเข้ามาทำงานร่วมกับคณะกรรมการทั้ง 21 คน แม้จะไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติ แต่จะได้รับค่าตอบแทนและมีบทบาทสำคัญในการกำหนดวาระการประชุม รวมถึงการสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการ” นายษัษฐรัมย์กล่าว


นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า จากเอกสารที่ได้รับทราบ กระบวนการสรรหาที่ปรึกษาเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งเดิมกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน ก่อนจะเลื่อนมาเป็นวันที่ 11 ตุลาคม โดยจุดยืนของทีมประกันสังคมก้าวหน้าคือ ไม่เห็นด้วยกับการขยายระยะเวลาในกระบวนการสรรหา และต้องการให้กระบวนการดังกล่าวสิ้นสุดลงตามกรอบเวลาเดิม เพื่อให้คณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่เข้ามาพิจารณาและกำหนดแนวทางการสรรหาด้วยตนเอง

“ที่ประชุมมีมติ 10 ต่อ 6 เสียง ให้ขยายระยะเวลาการสรรหาที่ปรึกษาออกไป โดยเหตุผลที่ได้รับการชี้แจงคือ กระบวนการสรรหายังไม่แล้วเสร็จ และใกล้ครบกรอบระยะเวลา 90 วัน จึงจำเป็นต้องขยายเวลาออกไปตามระเบียบ เพื่อให้สามารถดำเนินการต่อจนเสร็จสิ้นได้” นายษัษฐรัมย์กล่าว

นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า แม้การขยายเวลาจะเป็นเพียงระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนวัน แต่อยู่ที่หลักการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการชุดใหม่ เนื่องจากกระบวนการสรรหาที่ปรึกษาจะต้องดำเนินไปภายใต้กรอบนโยบายและทิศทางการทำงานของบอร์ดที่จะเข้ามารับหน้าที่ในอนาคต

Advertisement

“สิ่งที่เราจะต้องผลักดันต่อไปคือ กระบวนการสรรหาที่จะเดินหน้าหลังจากนี้ต้องพิจารณาหลักการมีส่วนร่วม และรับฟังแนวทางหรือนโยบายของบอร์ดชุดใหม่ประกอบด้วย” นายษัษฐรัมย์กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มองกระบวนการสรรหาที่ปรึกษาครั้งนี้อย่างไร นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า มองว่าไทม์ไลน์ของกระบวนการยังไม่เหมาะสม เนื่องจากมีการเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่ไปแล้ว ขณะที่คณะกรรมการชุดเดิมอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะคณะกรรมการชุดเดิมย่อมมีข้อจำกัดบางประการ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดแนวทางการทำงานของคณะกรรมการชุดใหม่

“การที่มีมติขยายเวลาสรรหาออกไปแล้ว ก็ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับกรอบเวลาของบอร์ดชุดใหม่อย่างละเอียดถี่ถ้วน เพราะการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของคณะกรรมการชุดปัจจุบัน และกระบวนการสรรหาที่ปรึกษายังสามารถดำเนินการให้สอดคล้องกับการเข้ารับหน้าที่ของคณะกรรมการชุดใหม่ได้” นายษัษฐรัมย์กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กระบวนการสรรหาดังกล่าวเสนอโดยบอร์ดรักษาการ หรือมีที่มาอย่างไร นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า ในขั้นตอนแรก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา โดยสำนักงานประกันสังคมเป็นผู้เสนอรายชื่อคณะกรรมการสรรหาให้รัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้ง

“เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สังคมต้องช่วยกันจับตา เพราะการขยายเวลาครั้งนี้จะต่อเนื่องไปถึงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่บอร์ดชุดใหม่อาจเข้ามาแล้ว ก็ควรให้บอร์ดชุดใหม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการนี้ด้วย ตั้งแต่ต้นน้ำ เพราะตามระเบียบ บอร์ดเป็นผู้แต่งตั้งที่ปรึกษา” นายษัษฐรัมย์กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อสังเกตหรือไม่ว่าการขยายระยะเวลาสรรหาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า มองว่าไม่เหมาะสมอย่างมากในแง่ของกรอบเวลา และเป็นเรื่องที่สำนักงานประกันสังคมต้องเร่งดำเนินการให้ชัดเจน เพราะการเลือกตั้งเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ผลคะแนนตอนนี้ก็ถือว่า 100% แล้ว ไม่มีข้อกังขา ไม่มีข้อร้องเรียนต่างๆ การประกาศรับรองผลที่รวดเร็ว ทันต่อกระบวนการสรรหา ตนคิดว่าเป็นส่วนสำคัญที่สำนักงานจะต้องเริ่มทำ

“ดังนั้น สำนักงานประกันสังคมจึงควรเร่งรับรองผลให้เร็วที่สุด เพื่อให้บอร์ดชุดใหม่สามารถเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้ทันต่อกระบวนการสรรหาที่ปรึกษา โดยเห็นว่าการรับรองผลการเลือกตั้งและการดำเนินการสรรหาควรมีกรอบเวลาที่สอดคล้องกัน” นายษัษฐรัมย์กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามองว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นความพยายามใช้อำนาจเดิมเพื่อถ่วงดุลหรือจำกัดอำนาจของบอร์ดชุดใหม่หรือไม่ นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า คิดว่าผลของการกระทำจะเป็นข้อพิสูจน์ว่า สุดท้ายแล้วการรับรองผลเร็วแค่ไหน ถ้าการรับรองผลสามารถมีขึ้นได้ในช่วงสัปดาห์หน้า และทันต่อกระบวนการสรรหา ก็จะทำให้ประชาชนสิ้นสงสัย แต่ถ้าการรับรองยืดยาวนานออกไปเรื่อยๆ แล้วกระบวนการหาที่ปรึกษามานั่งด้วย เพื่อจะได้มีสัดส่วนบอร์ดชุดใหม่ที่เป็นนายจ้าง 7 คน ลูกจ้าง 7 คน รัฐ 7 คน และที่ปรึกษา 7 คน รวมเป็น 28 คน ตรงนี้คนก็จะตั้งข้อสงสัยเองว่าทำไมกระบวนการถึงได้เร่งรีบขนาดนั้น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มองว่าเรื่องนี้เป็นการถ่วงอำนาจของบอร์ดใหม่ที่มีถึง 14 เสียงหรือไม่ นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า พยายามจะไม่คิดแบบนั้น แต่ต้องติดตามผลของการกระทำว่าจะเป็นอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานระบุว่าเป็นการแบ่งอำนาจกัน นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า คิดว่าตรงนี้น่าจะมีความคลาดเคลื่อน เพราะผู้ทรงคุณวุฒิจะต้องทำงานร่วมกับบอร์ด แม้จะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง แต่เมื่อเรานึกถึงว่าเวลาที่รัฐบาล นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งรัฐมนตรีต่างๆ มาก็จะเป็นสัดส่วนของคนนอกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ก็ต้องเป็นคนที่สามารถทำงานได้ตามแนวทางที่คณะกรรมการมีแนวทางภาพใหญ่ เช่นในปี 2567 เราจะพบว่าการแต่งตั้งที่ปรึกษากระบวนการก็อยู่ภายใต้สมัยของบอร์ดชุดใหม่ในตอนนั้นเช่นเดียวกัน แต่ครั้งล่าสุดนี้ถือว่ามีความย้อนแย้งมาก ยืนยันว่าหลักการของผู้ทรงคุณวุฒิไม่ได้มีไว้เพื่อคานอำนาจ ดังนั้นต้องย้ำให้ชัดเจน ผู้ทรงคุณวุฒิคือผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่สามารถให้ความเห็นต่อคณะกรรมการได้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากรัฐมนตรียืนยันว่ากระบวนการสรรหาเป็นไปตามกรอบกฎหมาย มองเรื่องนี้อย่างไร นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า ต้องไปดูดุลพินิจของกฎหมาย ที่สำคัญคือการมีส่วนร่วม แต่ถ้ากระบวนการที่เกิดขึ้นมาจนถึงตอนนี้ มันไม่ได้มีส่วนร่วมแน่ๆ กับบอร์ดที่ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งและต้องเป็นผู้ที่ใช้งานที่ปรึกษาชุดนี้ เป็นคนที่ต้องทำงานร่วมกัน ตรงนี้จะมีปัญหาแน่นอน เพราะว่ามีเงื่อนไขเวลาที่ซ้อนกันอยู่

“ซึ่งมองว่าเงื่อนไขเวลามันเหลื่อมกันอยู่แค่หลักสัปดาห์ การสรรหาที่ปรึกษาล่าช้าไป 1 สัปดาห์ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย เพียงแค่ให้คุณยืนยันอย่างเป็นทางการ ว่ามีกระบวนการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่แล้ว” นายษัษฐรัมย์กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐมนตรีชี้แจงว่า กระบวนการสรรหาดำเนินการไปตามขั้นตอนแล้ว และหากบอร์ดชุดใหม่ไม่เห็นชอบก็สามารถส่งเรื่องกลับไปพิจารณาใหม่ได้ นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า จากประสบการณ์การทำงานในบอร์ดประกันสังคมมา 2 ปี 8 เดือน กระบวนการดังกล่าวไม่ได้ง่ายเพียงแค่การไม่เห็นชอบแล้วส่งกลับไปพิจารณาใหม่ เพราะเมื่อเรื่องผ่านกระบวนการของหน่วยงานราชการไปแล้ว ก็มักมีเหตุผลและข้อกฎหมายประกอบให้ต้องยอมรับการดำเนินการที่เกิดขึ้น

“ดังนั้น เมื่อกรอบเวลาที่เหลื่อมกันมีเพียงหลักสัปดาห์ จึงเห็นว่ายังสามารถแก้ไขได้ โดยชะลอการประชุมของคณะกรรมการสรรหา และเร่งรับรองผลการเลือกตั้งเพื่อให้บอร์ดชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ก่อน ซึ่งจะช่วยลดข้อสงสัยที่เกิดขึ้นได้” นายษัษฐรัมย์กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อขัดข้องเกี่ยวกับหลักเกณฑ์หรือคุณสมบัติของผู้ทรงคุณวุฒิที่กำหนดไว้เดิมหรือไม่ นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่คุณสมบัติ แต่เป็นเรื่องของกรอบเวลาและการมีส่วนร่วม เพราะการเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังไม่มีการรับรองผลอย่างเป็นทางการ ขณะที่กระบวนการสรรหากลับเดินหน้าไปก่อน จึงควรเร่งรับรองผลให้เร็วที่สุด เพื่อให้บอร์ดชุดใหม่เข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในอดีตเคยมีการเสนอให้บอร์ดรักษาการดำเนินการสรรหาที่ปรึกษาก่อนบอร์ดชุดใหม่เข้ามาหรือไม่ นายษัษฐรัมย์กล่าวว่า จากข้อมูลที่สอบถามกรรมการซึ่งเคยอยู่ในบอร์ดชุดก่อนหน้า พบว่าในช่วงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566 กระบวนการแต่งตั้งและสรรหาที่ปรึกษาดำเนินการหลังจากบอร์ดชุดใหม่เข้ามาแล้ว ไม่ได้เร่งดำเนินการก่อนที่บอร์ดชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่

“จึงมองว่ากรณีปัจจุบันมีความไม่เหมาะสมในแง่ของจังหวะเวลา และไม่ควรนำเรื่องการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาอธิบายว่าเป็นการคานอำนาจ เพราะผู้ทรงคุณวุฒิไม่ได้มีหน้าที่แบ่งอำนาจทางการเมือง แต่มีหน้าที่สนับสนุนการบริหารงานและให้คำแนะนำทางวิชาการแก่คณะกรรมการ” นายษัษฐรัมย์กล่าว