ปลัดสธ.เผย สปสช.เกลี่ยงบ 6 ก้อน หนุนปฐมภูมิ 108 อำเภอ จ่ายตามประสิทธิภาพ-ผลลัพธ์
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและกำกับติดตามการเข้าถึงบริการปฐมภูมิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ครั้งที่ 2/2569 โดยมี ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะอนุกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งยกระดับบริการสุขภาพใกล้บ้านเพื่อให้ประชาชนทุกคนมี “หมอประจำตัวและทีมสุขภาพ” ดูแลอย่างต่อเนื่อง จากผลการดำเนินงานโครงการนำร่องบริการปฐมภูมิปี 2569 ในหน่วยบริการปฐมภูมิต้นแบบ 97 แห่ง ใน 12 เขตสุขภาพ ทั้งการจัดระบบสายด่วนแพทย์ ให้คำปรึกษาผ่านบัญชีไลน์ทางการ (LINE OA) การทำทะเบียนประวัติสุขภาพดิจิทัล (MOPH-PHR) การจัดทำแผนดูแลรายบุคคลสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และการออกเยี่ยมบ้านเชิงรุก
“พบว่าระบบการให้คำปรึกษาสุขภาพผ่านทางโทรศัพท์และ LINE OA สามารถลดระยะเวลาให้คำปรึกษาเฉลี่ยจาก 13 นาที เหลือเพียง 8 นาที ช่วยลดความแออัดของโรงพยาบาล เพิ่มเวลาให้บุคลากรดูแลผู้ป่วยที่มีความจำเป็นมากกว่า และเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพปฐมภูมิ ที่สำคัญ คือ สามารถช่วยแก้ปัญหาสุขภาพเบื้องต้นให้ประชาชนได้ถึงร้อยละ 85.3 ประหยัดค่าเดินทาง เวลา และค่าใช้จ่ายในการรับบริการที่โรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น รวมมูลค่าประมาณ 4.87-9.26 ล้านบาท” นพ.สมฤกษ์ กล่าว
นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า ปี 2570 เตรียมขยายผลการบริหารจัดการงบบริการปฐมภูมิรูปแบบใหม่ไปยังพื้นที่เป้าหมาย 108 อำเภอใน 76 จังหวัด ครอบคลุมประชากร 10,647,227 คน สำหรับสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 7.17 ล้านคน และสิทธิอื่นๆ 3.47 ล้านคน โดยให้หน่วยบริการแยกบัญชีรับค่าบริการสาธารณสุข กรณีงบบริการปฐมภูมิ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการ ควบคุมกำกับและจัดเก็บข้อมูลทางการเงินได้อย่างชัดเจน เป็นระบบ ทั้งนี้ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บอร์ด สปสช. ได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้ปรับเกลี่ยงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ.2570 เพื่อสนับสนุนระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิในพื้นที่เป้าหมาย
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า การเกลี่ยงบฯ จากสปสช. จะมาจาก 1.งบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับบริการพื้นฐาน (PPB) 173 บาทต่อประชากร 2.งบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับบริการพื้นฐาน จ่ายตามรายการบริการ (PPFS) 62 บาทต่อประชากร 3.งบบริการควบคุม ป้องกัน และรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง (DM/HT) 20 บาทต่อประชากร 4.งบบริการในระดับปฐมภูมิ (PCC) 153 ล้านบาท 5.งบบริการผู้ป่วยนอกทั่วไป (OP) ส่วนเพิ่มจากปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เฉพาะของ สป.สธ. หลังหักเงินเดือน และ 6.งบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (PP) ส่วนเพิ่มจากปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เฉพาะของ สป.สธ. หลังหักเงินเดือน โดย สปสช.จะจัดสรรงบให้ 500 บาทต่อประชากร ส่วนหนึ่งจ่ายแบบเหมาจ่ายร่วมกับจัดสรรตามประสิทธิภาพและผลลัพธ์


