สวรส.ผนึกจุฬาฯวิจัยไวรัสตับอักเสบซี ชี้รักษาไม่หายต้องปรับสูตร-วิธีการกินยา

22.10.26 | 08:00 น.

สวรส.ผนึกจุฬาฯวิจัยไวรัสตับอักเสบซี ชี้รักษาไม่หายต้องปรับสูตร-วิธีการกินยา

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เปิดเผยว่า โรคไวรัสตับอักเสบ ซี เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทย เนื่องจากการติดเชื้อเรื้อรังอาจนำไปสู่ภาวะตับแข็งและมะเร็งตับ แม้ปัจจุบันการรักษาจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังมีผู้ป่วยบางส่วนที่รักษาไม่สำเร็จ จึงจำเป็นต้องศึกษาสาเหตุและพัฒนาแนวทางดูแลให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย สวรส.จึงสนับสนุนทุนวิจัยแก่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย เพื่อศึกษาความหลากหลายของสายพันธุ์ไวรัส ปริมาณไวรัส แอนติบอดี แอนติเจน และการกลายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา โดยมุ่งนำข้อมูลมาใช้วางแผนการรักษาผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อยาให้แม่นยำและปลอดภัยขึ้น รวมถึงผลักดันองค์ความรู้ไปใช้ทั้งระดับนโยบายและการปฏิบัติงาน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายองค์การอนามัยโลก (WHO) ในการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ ซี ภายในปี 2573

ด้าน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยผลการศึกษาว่า โมเดลจังหวัดเพชรบูรณ์แสดงให้เห็นถึงการบูรณาการตรวจคัดกรองโรคในระดับปฐมภูมิและการรักษาด้วยยาต้านไวรัสออกฤทธิ์ตรง (DAA) ซึ่งมีความครอบคลุมร้อยละ 97.3 สะท้อนศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทยในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายกำจัดโรคภายในปี 2573 ผลการศึกษายังพบว่า ความล้มเหลวในการรักษาไม่ได้เกิดจากการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส แต่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ยาและภาวะโรคของผู้ป่วย ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับสูตรยาหรือเพิ่มระยะเวลารักษาให้เหมาะสม จึงควรพิจารณาสาเหตุเป็นรายบุคคล ไม่สรุปว่าผู้ป่วยที่รักษาไม่สำเร็จทุกรายเกิดจากเชื้อดื้อยา


ทั้งนี้ ศ.นพ.ยงเสนอให้ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งอาจเป็นแหล่งสะสมโรคจากอดีต ควบคู่กับการป้องกันการติดเชื้อรายใหม่ในกลุ่มเสี่ยง เพื่อจำกัดการแพร่ระบาดและผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ ซี อย่างยั่งยืน

ขณะที่ นพ.ชาตรี จุลเพชร จากกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมฯ ตั้งเป้าคัดกรองไวรัสตับอักเสบ ซี ในประชากรที่เกิดก่อนปี 2535 ซึ่งมีประมาณ 38 ล้านคน ให้ได้สะสมอย่างน้อย 30 ล้านคน โดยช่วงปี 2567-2569 คัดกรองแล้ว 9 ล้านคน หรือร้อยละ 30 ส่วนปีงบประมาณ 2570 วางแผนคัดกรองไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี เพิ่มอีก 8 ล้านราย พร้อมตั้งเป้าให้ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี ได้รับยารักษาไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 นอกจากนั้น กรมควบคุมโรคยังผลักดันบริการแบบวันเดียวจบ (Same-day Service) เพื่อให้ผู้ที่มีผลคัดกรองเป็นบวกสามารถตรวจยืนยันได้ภายในวันเดียวกัน พร้อมประสานสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและสำนักงานประกันสังคม ปรับปรุงสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการใช้ยา เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษา