กรมอนามัยจับมือ WHO ดันกฎหมายคุมตลาดอาหาร ปกป้องเด็กไทยจากหวาน มัน เค็ม

20.10.26 | 16:41 น.

กรมอนามัยจับมือ WHO ดันกฎหมายคุมตลาดอาหาร ปกป้องเด็กไทยจากหวาน มัน เค็ม

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ นพ.ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและสร้างความเข้าใจต่อร่างกฎหมายควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก โดยการประชุมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำประเทศไทย มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพและโภชนาการ ด้านเด็กเยาวชนและครอบครัว ด้านคุ้มครองผู้บริโภค และด้านการสื่อสารเข้าร่วมกว่า 120 คน เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับร่างกฎหมาย และสร้างความร่วมมือในการคุ้มครองเด็กไทยจากการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

นพ.ปกรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพเด็กและป้องกันโรคอ้วน โดยผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 2 – 7 (พ.ศ. 2539 – 2568) พบว่า เด็กอายุ 1 – 5 ปี มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.8 เป็นร้อยละ 11.0 และในเด็กอายุ 6 – 14 ปี เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.8 เป็นร้อยละ 14.3 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนามาตรการคุ้มครองเด็กจากปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภค ซึ่งต้องอาศัยหลักฐานทางวิชาการและคำนึงถึงบริบทของประเทศ


ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำประเทศไทย โดย ดร.สุชีรา บรรลือสินธุ์ เจ้าหน้าที่วิชาการด้านโรคไม่ติดต่อ กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกดำเนินนโยบายปกป้องเด็กจากผลกระทบของการตลาดอาหาร ตามข้อแนะนำ Policies to protect children from the harmful impact of food marketing ที่เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2566 ซึ่งมุ่งคุ้มครองเด็กทุกช่วงวัยจากการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่มีไขมัน น้ำตาล หรือโซเดียมสูง รวมถึงการตลาดผ่านสื่อดิจิทัล โดยการควบคุมการตลาดอาหารดังกล่าวเป็นมาตรการสำคัญที่มีหลักฐานทางวิชาการรองรับ และเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางภายใต้แผนเร่งรัดการจัดการปัญหาโรคอ้วน (WHO Acceleration Plan to Stop Obesity) เพื่อป้องกันและจัดการปัญหาโรคอ้วน รวมถึงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นพ.อรรถสิทธิ์ แดงมณี ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีการเสวนาเกี่ยวกับสถานการณ์โภชนาการเด็กไทย ความสำคัญของมาตรการปกป้องเด็กจากการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ตลอดจนผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของการตลาดต่อพฤติกรรมการบริโภคของเด็ก พร้อมชี้แจงสาระสำคัญของร่างกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีการหารือแนวทางการสื่อสารสังคมของภาคีเครือข่ายภายใต้แนวคิด “ร่วมปกป้องเด็กไทยจากการตลาดอาหารหวาน มัน เค็ม” และกิจกรรมกลุ่มเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับรายละเอียดของร่างกฎหมาย เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และสนับสนุนร่างกฎหมายเพื่อคุ้มครองเด็กไทยอย่างเป็นรูปธรรม