บอร์ดคุมคุณภาพฯบัตรทอง เปิดผลงานปี69 กำกับเชิงรุก ดูแลมาตรฐานบริการ–คุ้มครองสิทธิปชช.
วันนี้ (23 ตุลาคม 2569) ศ.คลินิก นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา ประธานกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข ในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) กล่าวถึงผลดำเนินงานปีงบประมาณ 2569 ว่า คณะกรรมการฯ มุ่งติดตามคุณภาพบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) เชิงรุก โดยเฉพาะบริการที่มีความเสี่ยงสูง มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก หรือมีผลกระทบสำคัญต่อประชาชน ควบคู่กับการรับฟังและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ รวมถึงพัฒนากลไกคุ้มครองสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
การทำงานดังกล่าว เชื่อมกับ บอร์ด สปสช. ซึ่งกำหนดนโยบายและมาตรฐานบริการ โดยบอร์ดควบคุมคุณภาพฯ ทำหน้าที่ติดตามการให้บริการของหน่วยบริการและเครือข่าย แล้วนำข้อมูลมาจัดทำข้อเสนอปรับปรุงนโยบายและหลักเกณฑ์ เพื่อให้มาตรฐานที่กำหนดไว้ และเกิดผลในการดูแลประชาชนได้จริง ในปี 2569 ได้พัฒนากรอบติดตามบริการรายโรคสำคัญ หรือ “10 Plus” เช่น บริการบำบัดทดแทนไต พบอัตราเสียชีวิตของผู้ป่วยในระยะ 90 วันแรกลดลงจากร้อยละ 13.30 ในปี 2565 เหลือประมาณร้อยละ 9.65 ขณะที่จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่เข้ารับ

“การบำบัดทดแทนไตมีแนวโน้มลดลงร้อยละ 50 หลังเดือนเมษายน 2568 การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมชะลอตัว และสัดส่วนผู้ป่วยรายใหม่ที่ล้างไตทางช่องท้องเพิ่มขึ้นตามนโยบาย PD First โดยข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบบริการและผลลัพธ์การดูแลผู้ป่วย ซึ่งคณะกรรมการฯ นำมาใช้ติดตามสถานการณ์และกำกับคุณภาพบริการบำบัดทดแทนไตอย่างต่อเนื่อง” ศ.คลินิก นพ.สุพรรณ กล่าวและว่า ส่วนบริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหัวใจผ่านสายสวน หรือ PCI มีหน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้านเพิ่มจาก 92 แห่ง ในปีงบประมาณ 2568 เป็น 102 แห่ง ในปี 2569 หรือเพิ่มขึ้น 10 แห่ง พร้อมพัฒนาระบบอนุมัติก่อนให้บริการสำหรับผู้ป่วยไม่ฉุกเฉิน และคืนข้อมูลให้หน่วยบริการ เขตสุขภาพ สปสช.เขต และคณะอนุกรรมการในพื้นที่ร่วมติดตามคุณภาพ เพื่อให้การเพิ่มหน่วยบริการดำเนินไปพร้อมกับการดูแลมาตรฐาน
ศ.คลินิก นพ.สุพรรณ กล่าวว่า นอกจากติดตามข้อมูลบริการแล้ว คณะกรรมการฯ ยังลงพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และ จ.บุรีรัมย์ เพื่อรับฟังผลดำเนินงานและข้อจำกัดจากหน่วยบริการและเครือข่าย ทั้งการดูแลประชากรชายแดนและกลุ่มเปราะบาง บริการฟื้นฟูสมรรถภาพระยะกลาง การใช้เทคโนโลยีคัดกรองวัณโรคเชิงรุก และการคุ้มครองสิทธิ โดยข้อมูลจากจังหวัดบุรีรัมย์พบว่า กลไกไกล่เกลี่ยสามารถยุติเรื่องร้องเรียนได้สำเร็จตามเกณฑ์ร้อยละ 99.39 ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้ร่วมติดตามและตรวจเยี่ยมหน่วยบริการ พร้อมเสนอให้มีผู้ประสานงานหลักดูแลแต่ละหน่วยบริการ เพื่อช่วยสื่อสารและแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว รวมทั้งเสนอให้ประสานหน่วยบริการคืนเงินแก่ผู้รับบริการที่ถูกเรียกเก็บโดยไม่มีสิทธิหรือเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งยังค้างอยู่ในระบบให้ครบถ้วน และแจ้งแนวปฏิบัติแก่หน่วยบริการเพื่อป้องกันปัญหาซ้ำ

ศ.คลินิก นพ.สุพรรณ กล่าวต่อไปว่า การรับฟังปัญหาประชาชนเป็นอีกส่วนสำคัญของการกำกับคุณภาพ โดยช่วงเดือนตุลาคม 2568 ถึง เดือนสิงหาคม 2569 มีเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน สปสช. 1330 และศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง ตามมาตรา 50 (5) รวม 29,080 เรื่อง ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการไม่ได้รับบริการตามสิทธิและความไม่สะดวกในการรับบริการ การแก้ไขโดยคณะกรรมการสอบสวนและออกคำสั่งตามมาตรา 57–59 ซึ่งมีทั้งคำสั่งเตือน คำสั่งคืนเงิน และคำสั่งปรับทางปกครอง ควบคู่กับการมอบคณะอนุกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานระดับเขตพื้นที่ (อคม.) ประสานหน่วยบริการและเครือข่ายหน่วยบริการในการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาและปรับปรุงบริการ โดยเฉพาะระบบส่งต่อ การสื่อสาร การตรวจวินิจฉัย และการบริหารจัดการระบบบริการ เพื่อช่วยเหลือผู้รับบริการและลดโอกาสเกิดปัญหาเดิมซ้ำ
“ด้านการช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล โดยคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ตามมาตรา 41 ได้พิจารณาคำร้องอุทธรณ์จำนวน 145 เรื่อง โดยมีระยะเวลาพิจารณาเฉลี่ยไม่เกิน 30 วันหลังได้รับคำร้องอุทธรณ์และเอกสารครบถ้วน พร้อมให้ อคม. นำข้อมูลความเสียหายไปวิเคราะห์ร่วมกับกลไกในพื้นที่ และสื่อสารแนวทางป้องกันให้หน่วยบริการนำไปปรับปรุงการดูแลผู้ป่วย” ศ.คลินิก นพ.สุพรรณ กล่าวและว่า ปีที่ผ่านมา ได้ขยายเครือข่ายคุ้มครองสิทธิระดับอำเภอครอบคลุม 641 อำเภอ และจัดตั้งกลไกคุ้มครองสิทธิระดับจังหวัดนำร่อง 24 จังหวัด เพื่อให้ประชาชนมีช่องทางแจ้งปัญหาและขอความช่วยเหลือได้สะดวกมากขึ้น ทั้งนี้ การกำกับคุณภาพและการคุ้มครองสิทธิจึงต้องเดินหน้าควบคู่กัน ทั้งติดตามมาตรฐานบริการ รับฟังปัญหา และประสานแก้ไข โดยนำบทเรียนจากประชาชนและหน่วยบริการกลับมาพัฒนางาน เพื่อให้ผู้ใช้สิทธิบัตรทองได้รับการดูแลที่มีคุณภาพ และมีที่พึ่งเมื่อประสบปัญหาการใช้สิทธิ

