WJPเผยดัชนีหลักนิติธรรมปี 2026 ไทยอันดับ 80 ของโลก จาก 143 ประเทศและเขตปกครอง

23.10.26 | 14:02 น.

WJPเผยดัชนีหลักนิติธรรมปี 2026 ไทยอันดับ 80 ของโลก จาก 143 ประเทศและเขตปกครอง

วันนี้ (23 ตุลาคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา The World Justice Project (WJP) ได้เผยแพร่ดัชนีชี้วัดหลักนิติธรรมประจำปี 2026 (WJP Rule of Law Index 2026) โดยประเทศไทยได้คะแนนรวม 0.50 จากคะแนนเต็ม 1 อยู่ในอันดับ 80 จาก 143 ประเทศ และเขตอำนาจทั่วโลก ปรับลงจากอันดับที่ 77 ในปีที่ผ่านมา ส่วนการจัดอันดับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ไทยอยู่ในอันดับ 10 จาก 15 ประเทศ และอยู่ในอันดับ 24 จาก 44 ประเทศในกลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูง ผลประเมินสะท้อนความท้าทายในการเสริมสร้างกลไกตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และการลดอุปสรรคในการเข้าถึงความยุติธรรม ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่สัดส่วนประเทศซึ่งมีคะแนนหลักนิติธรรมลดลงยังมากกว่าประเทศที่มีคะแนนดีขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 9


 

นายพิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ในฐานะองค์กรขับเคลื่อนการสร้างเสริมหลักนิติธรรมในประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย ผลประเมินฉบับนี้ เป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดแนวทางยกระดับหลักนิติธรรม ทั้งการเสริมสร้างความโปร่งใสและกลไกตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และการลดอุปสรรคในการเข้าถึงความยุติธรรม
“เราควรจะนำข้อมูลเหล่านี้ มาวิเคราะห์ร่วมกับประสบการณ์ของประชาชน เพื่อให้เข้าใจว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ควรเร่งแก้ไขเรื่องใด และจะติดตามความก้าวหน้าอย่างไร เป้าหมายคือ การทำให้กฎหมายและสถาบันต่างๆ สามารถสร้างความเป็นธรรมและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน โดยใช้หลักฐานและข้อมูลเชิงประจักษ์เข้ามาช่วยได้อย่างเป็นรูปธรรม” นายพิเศษ กล่าว

Advertisement

ผู้อำนวยการ TIJ กล่าวถึงมิติทางเศรษฐกิจที่มีความเชื่อมโยงกับหลักนิติธรรม ซึ่งรายงานฉบับนี้ได้กล่าวถึงอย่างจำเพาะว่า หลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง มีความสัมพันธ์กับความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพด้านราคา และความน่าเชื่อถือในการชำระหนี้ของประเทศ แม้ข้อมูลนี้จะไม่ได้ยืนยันความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลโดยตรง แต่ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ประเทศไทยควรนำมาพิจารณาควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ที่ประเทศไทยกำลังเร่งดำเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) ควบคู่ไปกับกระบวนการการเข้าสู่การเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ภายในปี 2571

“กติกาที่ชัดเจน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค และกระบวนการระงับข้อพิพาทที่เข้าถึงได้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถวางแผนอนาคตได้ การยกระดับหลักนิติธรรมจึงเป็นการลงทุนในรากฐานของประเทศ เพื่อคุ้มครองสิทธิ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่เป็นธรรม และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน” นายพิเศษ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลดัชนีชี้วัดหลักนิติธรรมปี 2026 ครอบคลุม 143 ประเทศ และเขตอำนาจทั่วโลก โดยร้อยละ 62 มีคะแนนหลักนิติธรรมลดลง และร้อยละ 38 มีคะแนนดีขึ้น แม้จำนวนประเทศที่มีคะแนนลดลงจะน้อยกว่าปีก่อน แต่สัดส่วนประเทศที่ถดถอยยังมากกว่าประเทศที่ดีขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยมี เดนมาร์ก นอร์เวย์ และฟินแลนด์ อยู่ใน 3 อันดับแรกของโลก

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก 11 จาก 15 ประเทศ มีคะแนนลดลง นิวซีแลนด์ อยู่ในอันดับ 1 ของภูมิภาคและอันดับ 7 ของโลก ตามด้วย ออสเตรเลีย และ สิงคโปร์ ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 10 และ 3 อันดับท้ายของภูมิภาค ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เมียนมา และ กัมพูชา

WJP ระบุว่า แรงกดดันและการแทรกแซงที่ไม่เหมาะสมจากฝ่ายบริหาร เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระบวนการยุติธรรมทางแพ่งและทางอาญาทั่วโลกอ่อนแอลง ขณะเดียวกัน การจำกัดพื้นที่แสดงความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนยังเป็นอุปสรรคต่อการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ สถานการณ์ดังกล่าว ตอกย้ำความจำเป็นในการเสริมสร้างสถาบันที่ตรวจสอบได้ และกระบวนการยุติธรรมที่สามารถคุ้มครองสิทธิของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากรายงานฉบับล่าสุด เมื่อเปรียบเทียบคะแนนรายปัจจัยกับค่าเฉลี่ยโลก พบว่า ประเทศไทยมีคะแนนด้านความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก ส่วนอีก 7 ปัจจัย ยังมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก ปัจจัยที่ 1 การจำกัดอำนาจรัฐอย่างเหมาะสม ไทย 0.47 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 0.53 คะแนน ปัจจัยที่ 2 การปราศจากการคอร์รัปชัน ไทย 0.44 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 0.51 คะแนน ปัจจัยที่ 3 รัฐบาลที่โปร่งใส ไทย 0.48 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 0.52 คะแนน ปัจจัยที่ 4 สิทธิขั้นพื้นฐาน ไทย 0.49 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 0.55 คะแนน ปัจจัยที่ 5 ความสงบเรียบร้อยและความมั่นคง ไทย 0.75 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 0.72 คะแนน ปัจจัยที่ 6 การบังคับใช้กฎหมาย ไทย 0.44 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 0.54 คะแนน ปัจจัยที่ 7 กระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง ไทย 0.50 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 0.54 คะแนน และ ปัจจัยที่ 8 กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ไทย 0.42 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 0.47 คะแนน

ทั้งนี้ พบด้วยว่า มี 2 ปัจจัยที่ประเทศไทยได้คะแนนลดลงเมื่อเทียบกับคะแนนในปี 2025 ได้แก่ การปราศจากคอร์รัปชัน (เดิม 0.45) และการบังคับใช้กฎหมาย (0.45) ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อประเมินภาพรวมในรอบ 5 ปี (2021-2026) มิติการปราศจากการทุจริตมีคะแนนหดตัวรุนแรงถึงร้อยละ 5.6 เช่นเดียวกับประเด็นด้านประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎระเบียบที่ลดลงถึงร้อยละ 4.0 ในขณะที่คะแนนในปัจจัยอื่นๆ ไม่ต่างจากเดิม

รายงานฉบับรายประเทศยังระบุด้วยว่า ประเทศไทยมีผลประเมินลดลงในประเด็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก เสรีภาพในการชุมนุมและการรวมกลุ่ม การมีส่วนร่วมของประชาชน และการจำกัดอำนาจรัฐบาลโดยฝ่ายตุลาการ ทั้งยังอยู่ในกลุ่มประเทศกว่าร้อยละ 86 ทั่วโลกที่เผชิญการถดถอยในกลไกป้องกันการใช้อำนาจแบบอำนาจนิยมอย่างน้อยหนึ่งด้าน ได้แก่ การจำกัดอำนาจรัฐบาล รัฐบาลที่เปิดเผยโปร่งใส และสิทธิขั้นพื้นฐานในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

แม้มากกว่าครึ่งของประเทศที่ได้รับการประเมิน จะมีพัฒนาการดีขึ้นในด้านการเข้าถึงและความสามารถในการรับภาระค่าใช้จ่ายในกระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง (ร้อยละ 54) และกระบวนการยุติธรรมทางแพ่งที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติ (ร้อยละ 52) ภายใต้มิติการประเมินด้านการเข้าถึงความยุติธรรมทางแพ่ง แต่ประเทศไทยกลับไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่มีพัฒนาการดีขึ้นใน 2 ประเด็นดังกล่าว

WJP นำเสนอข้อมูลความเชื่อมโยงระหว่างหลักนิติธรรมที่เข้มแข็งกับความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพด้านราคา และความเสี่ยงด้านเครดิตที่ต่ำ พบว่า ประเทศที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per capita) สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 14,406 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี มีคะแนนหลักนิติธรรมตั้งแต่ 0.68 ขึ้นไป ประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าค่ามัธยฐานที่ร้อยละ 3.23 มีคะแนนหลักนิติธรรมตั้งแต่ 0.60 ขึ้นไป ประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Sovereign Credit Rating) ในระดับที่เหมาะแก่การลงทุน ตั้งแต่ AAA ถึง BBB มีคะแนนหลักนิติธรรมตั้งแต่ 0.66 ขึ้นไป ข้อมูลเชิงสถิตินี้แสดงว่า หลักนิติธรรม คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่กำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของประเทศ