กรมอนามัยเร่งลดการตายมารดา หลังแนวโน้มสูงขึ้น ยกระดับระบบดูแลแม่และเด็ก มุ่งสู่ Zero Death

26.10.26 | 17:54 น.

กรมอนามัยเร่งลดการตายมารดา หลังแนวโน้มสูงขึ้น ยกระดับระบบดูแลแม่และเด็ก มุ่งสู่ Zero Death

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พญ.นงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการลดการตายมารดาและการส่งเสริมสุขภาพมารดาอย่างรอบด้าน ผลการเฝ้าระวังสุขภาพมารดาและทารกในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2567–2569 พบว่า อัตราส่วนการตายมารดาของประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้น และยังคงสูงกว่าเป้าหมายของประเทศที่กำหนดไว้ไม่เกิน 15 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน โดยสาเหตุสำคัญครอบคลุมทั้งสาเหตุทางตรงด้านสูติกรรม เช่น ภาวะตกเลือดหลังคลอดและภาวะความดันโลหิตสูงในระยะตั้งครรภ์ ตลอดจนสาเหตุทางอ้อมและภาวะแทรกซ้อนทางอายุรกรรม

“เราจึงมุ่งยกระดับคุณภาพระบบบริการสุขภาพมารดาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การฝากครรภ์คุณภาพ การประเมินความเสี่ยงและจัดทำแผนดูแลรายบุคคล การพัฒนาระบบเตือนภัยภาวะวิกฤต การเพิ่มความพร้อมของคลังเลือดและทีมกู้ชีพ ตลอดจนการพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินตามหลัก Refer Before Collapse เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและทันท่วงที” พญ.นงนุช กล่าว


พญ.นงนุช กล่าวต่อว่า แนวทางการดำเนินงานป้องกันการตายมารดาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้สอดคล้องกับสาเหตุการตายและบริบทของแต่ละเขตสุขภาพ โดยได้มีการทบทวนกรณีศึกษาการเสียชีวิตของมารดา 4 กรณี ได้แก่ การเสียชีวิตที่สัมพันธ์กับภาวะตกเลือด การใช้สารเสพติด ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เพื่อวิเคราะห์ช่องว่างของระบบบริการสุขภาพในแต่ละช่วง ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ระยะฝากครรภ์ ระยะคลอด ระยะหลังคลอด ตลอดจนการจัดการภายหลังการเสียชีวิตและการพัฒนาระบบติดตามประเมินผล นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อนงานผ่านโมเดล MCH Better ของเขตสุขภาพที่ 3 และรูปแบบ 4P for Zero MMR ของเขตสุขภาพที่ 9 พร้อมร่วมกันกำหนดแนวทางและมาตรการป้องกันการตายมารดาในระดับเขตสุขภาพ รวมถึงการพัฒนากลไกการดำเนินงาน ระบบรายงานและเฝ้าระวังการตายมารดา และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“คาดหวังว่าผลจากการประชุมครั้งนี้ จะนำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและมาตรการปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ช่วยลดช่องว่างของระบบบริการ เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลหญิงตั้งครรภ์และมารดาหลังคลอด และเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายอนามัยแม่และเด็กทุกระดับ เพื่อป้องกันการเสียชีวิตของมารดาที่สามารถป้องกันได้ และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “Zero Preventable Maternal Death อย่างยั่งยืน” พญ.นงนุช กล่าว