ตำรวจ-สบส.-แพทยสภา บุกรวบ 2 สาวลอบ ‘ตรวจหลอดเลือดแดงที่คอ’ กลางร้านอาหารย่านบางนา เปิดคิวออนไลน์ หัวละ900บาท

27.10.26 | 11:32 น.

ตำรวจ-สบส.-แพทยสภา บุกรวบ 2 สาวลอบ ‘ตรวจตรวจหลอดเลือดแดงที่คอ’ หาโรคสโตรก กลางร้านอาหารย่านบางนา เปิดจองคิวเถื่อนผ่านออนไลน์ หัวละ 900 บาท

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวว่า ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และแพทยสภา จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ลักลอบให้บริการตรวจหลอดเลือดบริเวณลำคอเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และให้คำปรึกษาทางการแพทย์โดยไม่มีใบอนุญาต ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านบางนา กรุงเทพฯ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องจาก สบส.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ เชิญชวนให้เข้ารับบริการตรวจประเมินหลอดเลือดบริเวณลำคอด้วยวิธี CIMT เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง โดยเปิดให้จองคิวผ่านแอพพลิเคชันไลน์ คิดค่าบริการรายละ 900 บาท และนัดหมายตรวจภายในร้านอาหารย่านบางนา ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สบส.และผู้แทนแพทยสภา เข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว พบ น.ส.นูรีฮัน (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี กำลังใช้เครื่องอัลตราซาวด์ตรวจหลอดเลือดบริเวณลำคอให้ผู้เข้ารับบริการ ขณะที่ น.ส.ธมลธันน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี กำลังอธิบายผลการตรวจตามเอกสารผลอัลตราซาวด์


พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 รายไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เจ้าหน้าที่จึงจับกุมและตรวจยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี นอกจากนี้ ผลการสืบสวนยังพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองรายโฆษณาชักชวนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และออกบูธประชาสัมพันธ์ตามห้างสรรพสินค้าเพื่อเชิญชวนประชาชนใช้บริการ โดยดำเนินการมาแล้วประมาณ 5-6 เดือน

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า เบื้องต้น การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ฐานประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีให้บริการในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า การให้บริการทางการแพทย์โดยผู้ไม่มีคุณสมบัติหรือไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ทั้งการประเมินอาการคลาดเคลื่อน การวินิจฉัยผิดพลาด และการได้รับการรักษาที่ไม่เหมาะสม จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์ รวมถึงใบอนุญาตสถานพยาบาลก่อนเข้ารับบริการ หากพบเบาะแสการลักลอบให้บริการทางการแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต แจ้งได้ที่สายด่วน บก.ปคบ. 1135 หรือเพจเฟซบุ๊ก “ปคบ. เตือนภัยผู้บริโภค”

ขณะที่ นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสถานพยาบาลประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน (คลินิก) มากกว่า 40,000 แห่ง จึงอาจมีผู้ไม่ประสงค์ดีลักลอบให้บริการทางการแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือแอบอ้างเป็นแพทย์เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนเพื่อความปลอดภัย ก่อนเข้ารับบริการทางการแพทย์ ประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญ ดังนี้ 1.ป้ายชื่อคลินิกต้องแสดงเลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล 11 หลัก 2.ต้องมีการแสดงใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล โดยเลขที่ใบอนุญาตต้องตรงกับที่แสดงบนป้ายชื่อคลินิกนพ.ภูวเดช กล่าวต่อว่า 3.ต้องมีการแสดงใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล โดยระบุชื่อผู้ดำเนินการที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบัน 4.ต้องมีหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมสถานพยาบาลประจำปีที่เป็นปัจจุบัน และ 5.ต้องแสดงข้อมูลแพทย์ผู้ให้บริการ ได้แก่ ชื่อ นามสกุล และภาพถ่าย ในตำแหน่งที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้

Advertisement

“ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลสถานพยาบาลผ่านเว็บไซต์กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ และตรวจสอบรายชื่อแพทย์ผ่านเว็บไซต์แพทยสภา หากพบสถานพยาบาลที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลต่อกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โทรศัพท์ 02-193-7000” นพ.ภูวเดชกล่าว

ด้าน นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า แนะนำให้ประชาชนตรวจสอบชื่อ-นามสกุลและสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์ผ่านเว็บไซต์ https://checkmd.tmc.or.th รวมถึงตรวจสอบว่าสถานที่ให้บริการได้รับอนุญาตตามกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะการตรวจประเมินความเสี่ยงของโรคและการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ ซึ่งต้องคำนึงถึงคุณสมบัติและขอบเขตการประกอบวิชาชีพของผู้ให้บริการ