สบส.เผยผลตรวจสถานดูแลสูงวัยพบ 3จุดเสี่ยง เร่งเช็ก 1,204 แห่ง ใน พ.ย.นี้ ฝืนกม.ฟันแน่

2.11.26 | 14:45 น.

สบส.เผยผลตรวจสถานดูแลสูงวัยพบ 3จุดเสี่ยง เร่งเช็ก 1,204 แห่ง ใน พ.ย.นี้ ฝืนกม.ฟันแน่

วันนี้ (2 พฤศจิกายน 2569) นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า สบส.ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นให้สถานประกอบการทุกแห่งดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีมาตรฐานการให้บริการ และคำนึงถึงความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการเป็นสำคัญ จึงมอบหมายให้ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 1-12 เร่งรัดกำกับการตรวจประเมินมาตรฐานสถานดูแลผู้สูงอายุฯ ทั่วประเทศ เพื่อให้ทราบถึงความคืบหน้าการดำเนินงาน ตลอดจนติดตามให้สถานประกอบการเข้าสู่ระบบการกำกับดูแลตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ทั้งมาตรฐานสถานที่ มาตรฐานความปลอดภัยและมาตรฐานการให้บริการ


นพ.ภูวเดช กล่าวว่า โดยข้อมูลจากกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ระบุว่าทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ได้ติดตามประเมินภายหลังได้รับอนุญาต (Post-Audit) สถานดูแลผู้สูงอายุฯ ไปแล้ว 206 แห่ง ซึ่งได้ตั้งเป้าการตรวจประเมินสถานดูแลผู้สูงอายุฯ ที่มีการขออนุญาต ให้ครบถ้วน 100% ทั้ง 1,204 แห่ง ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 พร้อมทั้งเน้นย้ำให้สถานประกอบการรักษามาตรฐานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

Advertisement

“จากการตรวจติดตามสถานดูแลผู้สูงอายุฯ พบประเด็นที่ต้องเร่งสร้างความเข้าใจ และแก้ไข 3 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านสถานที่ ที่มีการเพิ่มจำนวนเตียงโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ด้านความปลอดภัย สุขอนามัย มีการจัดการขยะไม่ถูกสุขลักษณะ และ 3.ด้านการดูแลผู้รับบริการ มีการรับผู้ป่วยจิตเวช กลุ่มสีเหลืองโดยไม่มีการประเมินความเหมาะสมหรือระบบรองรับที่เพียงพอ อีกทั้ง การโฆษณาที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการบริการ อาทิ การโฆษณาว่าสถานดูแลผู้สูงอายุฯ มีการให้บริการรักษาพยาบาล ทั้งนี้ สบส.จะเร่งตรวจประเมินและติดตามการแก้ไขข้อบกพร่องอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานอย่างเคร่งครัด หากพบข้อบกพร่องต้องเร่งปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ
ของเจ้าหน้าที่ และหากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของสถานดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ” นพ.ภูวเดช กล่าว