ช็อก! ซาก ‘วาฬบรูด้า’ เกยตื้นในอ่าวไทยตอนบน – ‘สุชาติ’ ขอประชาชนลดความเร็วเรือ

7.11.26 | 18:37 น.

ช็อก! ซาก ‘วาฬบรูด้า’ เกยตื้นในอ่าวไทยตอนบน – ‘สุชาติ’ ขอประชาชนลดความเร็วเรือ

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก โดยกำชับให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์วาฬบรูด้าในพื้นที่อ่าวไทยตอนบนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อวาฬบรูด้า

ระหว่างวันที่ 6–7 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (สทช. 3) จังหวัดเพชรบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลแหลมผักเบี้ย เครือข่ายรักษ์อ่าวไทยตอนบน และอาสาสมัคร ลงพื้นที่ชันสูตรซากวาฬบรูด้า หลังได้รับแจ้งพบวาฬเกยตื้นจากนายจำรูญ พงษ์พิทักษ์ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 บริเวณกลางทะเลรอยต่อจังหวัดสมุทรสงคราม–เพชรบุรี


จากการตรวจสอบพบว่า เป็นวาฬบรูด้า (Bryde’s whale; Balaenoptera edeni) เพศผู้ อยู่ในช่วงวัยก่อนเจริญพันธุ์ (Sub-adult) มีความยาวลำตัว 11.20 เมตร สภาพซากเน่าเปื่อยและผิวหนังลอกหลุด โดยผลการชันสูตรของสัตวแพทย์พบว่า วาฬมีสภาพร่างกายสมบูรณ์อยู่ในเกณฑ์ดีมาก มีความหนาของชั้นไขมันใต้ผิวหนัง 6.5 เซนติเมตร พบร่องรอยถลอกบริเวณผิวหนังด้านซ้ายของลำตัวยาวประมาณ 2.5 เมตร และพบรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณกล้ามเนื้อกลางลำตัวด้านหลัง ส่วนระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงระบบทางเดินหายใจ ไม่พบความผิดปกติ นอกจากนี้ ยังพบอาหารจำนวนมากในกระเพาะอาหาร และพบสิ่งแปลกปลอมภายในลำไส้ ได้แก่ เศษไม้แปรรูปขนาดประมาณ 8 เซนติเมตร และผลจาก (ลูกจาก) ขณะที่ตับ ไต และตับอ่อนอยู่ในสภาพเน่าสลาย

ทั้งนี้ ผลการชันสูตรยังไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้อย่างแน่ชัด เนื่องจากไม่พบรอยโรคที่บ่งชี้ถึงสาเหตุการตาย โดยคาดว่าอาจเป็นการตายอย่างเฉียบพลัน เนื่องจากสภาพร่างกายก่อนเสียชีวิตยังมีความสมบูรณ์อยู่ในเกณฑ์ดีมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อและอวัยวะภายใน เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมต่อไป

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ขอความร่วมมือประชาชน ชาวประมง และผู้ประกอบการเรือที่สัญจรในพื้นที่ เมื่อพบวาฬบรูด้าขอให้ลดความเร็วเรือ รักษาระยะห่างที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้หรือรบกวนวาฬ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากเรือชนวาฬและลดผลกระทบต่อสัตว์ทะเลหายาก โดยกรมฯ จะเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์วาฬบรูด้าในพื้นที่อ่าวไทยตอนบนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสเมื่อพบสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นหรืออยู่ในภาวะเสี่ยง เพื่อร่วมกันดูแลและอนุรักษ์วาฬบรูด้า ตลอดจนทรัพยากรทางทะเลไทยให้คงความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน

Advertisement