‘ชมรมคนรักมวลเมฆ’ จ้องท้องฟ้า มาเติมความรู้

15.07.17 | 13:52 น.

“ชมรมคนรักมวลเมฆ” ชื่ออาจจะฟังดูแปลกว่าคนในชมรมนี้รวมตัวกันทำอะไร เปิดเข้าไปในกลุ่มชื่อเดียวกันนี้ทางเฟซบุ๊กจะพบภาพท้องฟ้าสวยงาม มีก้อนเมฆรูปร่างแปลกตาจินตนาการต่อได้ถึงสัตว์ประหลาดต่างๆ รวมถึงรูปปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้าซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก

ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ สวทช. และผู้ก่อตั้งชมรมคนรักมวลเมฆเล่าว่า ชมรมนี้ตั้งเป็นกลุ่มในเฟซบุ๊กมานาน 7 ปีแล้ว ขณะนี้มีสมาชิกอยู่ราว 57,000 คน โดยในกลุ่มมีทั้งการพบปะผ่านทางเฟซบุ๊กซึ่งสามารถทำได้ทุกวัน อีกทั้งยังมีการนัดพบกันตามสถานที่ต่างๆ เช่น สวนโมกข์กรุงเทพฯ เมืองโบราณ

“ชมรมคนรักมวลเมฆเป็นกลุ่มคนที่หลงใหลและหลงรักเมฆและท้องฟ้าในบรรยากาศต่างๆ เช่น เมฆ รุ้งกินน้ำ พระอาทิตย์ทรงกลด แสงสีต่างๆ ซึ่งในกลุ่มจะมีสอดแทรกความรู้วิทยาศาสตร์ให้คนในชมรม คนที่เข้ามาจะเป็นผู้สนใจในความงดงาม ความน่ารักของเมฆและท้องฟ้า บางคนมองเมฆแล้วจินตนาการเป็นรูปต่างๆ บางคนก็อยากได้ความรู้ว่าปรากฏการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นได้อย่างไร บางคนก็อยากทราบเรื่องราวเชิงวัฒนธรรม บางคนก็เป็นศิลปินวาดภาพการ์ตูนบนเมฆ บางคนก็แต่งกลอน มีความหลากหลายมากในชมรมนี้”

กิจกรรมที่คนในกลุ่มทำคือ “ดูเมฆ”

ดร.บัญชาอธิบายว่า คำว่าดูเมฆเป็นคำกว้างๆ เรียกง่ายๆ การดูเมฆอาจไม่ต้องใช้ความรู้พื้นฐานก็ได้ ผมจะบอกคนในชมรมว่าการดูเมฆคือแค่คุณมองท้องฟ้า แล้วอาจจะเก็บภาพถ้าชอบ แชะภาพมาแบ่งปันเพื่อนๆ ในชมรม เวลาเจอท้องฟ้าสวยๆ เช่น พระอาทิตย์ตกดินที่ทะเลก็จะมีคนส่งเข้ามา ส่วนใหญ่เป็นการแบ่งปันสิ่งที่พบในชีวิตประจำวัน ไม่ได้จำกัดว่าต้องออกไปต่างจังหวัด เพราะอยู่ในเมืองก็มีเมฆ มีท้องฟ้าในเมือง

Advertisement

จุดเริ่มต้นของชมรมนี้เนื่องจาก ดร.บัญชา เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีความสนใจเรื่องเมฆมามากกว่าสิบปีแล้ว ด้วยพื้นฐานปริญญาตรีด้านฟิสิกส์ แต่มาศึกษาเรื่องเมฆเพิ่มเติมด้วยตนเอง อีกทั้งยังเป็นนักเขียนและทำรายการโทรทัศน์เผยแพร่ความรู้วิทยาศาสตร์ให้กับคนทั่วไป

“เรื่องหนึ่งที่ผมให้ความสำคัญมากคือเรื่องฝนฟ้าอากาศ เรื่องภัยแล้ง ฝนตก น้ำท่วม ฟ้าผ่า แต่ถ้าเรามัวแต่พูดเรื่องภัยพิบัติ มันฟังแล้วเป็นแง่ลบ ผมจึงใช้วิธีการนำภาพหรือปรากฏการณ์ที่สวยงาม เช่น รุ้งกินน้ำ เมฆจานบิน เมฆรูปคลื่นลายกนกพลิ้วสวย หรือเมฆรูปแบบแปลกๆ บนท้องฟ้า อาทิตย์ทรงกลดซับซ้อน นำมาเป็นจุดตั้งต้นดึงดูดคนเข้ามา ปรากฏว่าได้ผล มีคนเข้ามาเยอะเพราะเดี๋ยวนี้ถ่ายภาพได้ง่าย เป็นจุดเริ่มต้นของชมรมนี้ โดยจะเติมความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้าไปบ้างอย่างเหมาะสม

“ตอนเกิดพระอาทิตย์ทรงกลดเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์เอาไปลงหน้าหนึ่งทุกฉบับ ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามีเส้นมากกว่าวงกลม มีทั้งหมด 6-7 แบบ วันนั้นที่ตื่นเต้นกันเพราะเหตุนี้ เพราะว่าไม่ใช่พระอาทิตย์ทรงกลดธรรมดา ไม่ใช่แค่ว่าสวย ซึ่งคนในชมรมเขาจะรู้จักชื่อเรียกบางเส้นจากการที่ผมสอนเขาไว้หลายปีแล้ว พอเห็นแล้วเขาจะรู้และเขาเคยถ่ายภาพมาแล้ว ในชมรมคนรักมวลเมฆจะมีข้อมูลเรื่องนี้มากกว่าใคร ทั้งมหาวิทยาลัยและกรมอุตุนิยมวิทยา เพราะชมรมจะเก็บข้อมูลที่เฉพาะทางกว่า บางครั้งกรมอุตุฯก็นำข้อมูลบางอย่างของชมรมไปใช้ เวลาเกิดปรากฏการณ์บนท้องฟ้า ชมรมเราจะเป็นหนึ่งในแหล่งที่ให้ข้อมูลแก่สังคมได้ เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่มีปรากฏในทีวีและคลิปวิดีโอมากมาย”

อีกชื่อหนึ่งที่จะเห็นในชมรมคนรักมวลเมฆ คือ “นักล่าเมฆ”

ดร.บัญชาอธิบายว่า “นักล่าเมฆ” เป็นชื่อที่เรียกกันสนุกๆ จากการที่มีเมฆหลายแบบที่โดดเด่นมาก เช่น เมฆรูปจานบิน (Lenticular cloud) ที่มักเกิดใกล้ภูเขา เมื่อมีเพื่อนในชมรมถ่ายภาพมาได้ คนอื่นที่ไม่เคยเห็นก็จะอยากได้ภาพบ้าง จะบอกกันว่าไปตามล่าเมฆจานบินกัน ด้วยความรู้ที่ผมและคนอื่นๆ ช่วยกันเสริมให้ เขาจะรู้ว่าเมฆจานบินเกิดใกล้ภูเขา แล้วถ้าวันไหนเขาไปเที่ยวในสถานที่ซึ่งมีภูเขา เขาก็จะเริ่มมองหา หรือพระอาทิตย์ทรงกลดถ้าเป็นแบบวงรี คนในกลุ่มจะรู้ว่าเกิดช่วงสายๆ หรือพระอาทิตย์ทรงกลดแบบที่เรียกว่าพระอาทิตย์ 2 ดวง 3 ดวง ที่จะทำให้มองเห็นคล้ายว่ามีพระอาทิตย์ 2-3 ดวง จะเกิดช่วงเช้าหรือเย็น

“คนในชมรมจำนวนไม่น้อยจะมีความรู้กึ่งวิชาการหรือวิชาการในระดับพื้นฐาน ทำให้สามารถเข้าใจปรากฏการณ์ต่างๆ ได้ลึกกว่าคนทั่วไป การเก็บภาพหรือนำข้อมูลมาคุยจะมีความลึกตรงนี้ นี่คือนักล่าเมฆ แต่ถ้าเป็นสมาชิกทั่วไป เพียงแค่โพสต์ภาพท้องฟ้าแถวบ้าน ที่ทำงานหรือเวลาเดินทางไปไหน แล้วก็จะมีเพื่อนมาคอมเมนต์พูดคุยกัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือมิตรภาพทำให้คนรู้จักกัน”ดร.บัญชากล่าว

นอกจากนี้ในชมรมยังมีการให้ความรู้ทั่วไป เช่น ช่วงหน้าฝนมีฟ้าร้องฟ้าผ่า ก็จะมีการให้ความรู้เกี่ยวกับเมฆฝนฟ้าคะนอง วิธีดู วิธีป้องกันและลดความเสี่ยงอันตรายจากฟ้าผ่า เมื่ออยู่ในบ้าน อยู่ในที่โล่ง ว่าควรทำหรือไม่ควรทำอะไร อยู่ในรถยนต์ปลอดภัยจริงไหม รวมถึงการพูดคุยปรากฏการณ์ที่เป็นข่าวดัง วิเคราะห์ให้ฟังว่าเนื้อหาในข่าวอันไหนถูกต้อง และความเข้าใจที่แท้จริงเป็นอย่างไร

สำหรับช่วงเวลาในการดูเมฆ ผู้ก่อตั้งชมรมบอกว่าส่วนใหญ่คือเวลากลางวัน จะดูจากที่ไหนก็ได้ให้หมั่นสังเกตท้องฟ้าและอาจบันทึกภาพไว้

“ใครๆ ก็รู้ว่าเมฆเปลี่ยนแปลงเร็ว เรามองท้องฟ้าตอนนี้แต่อีกสัก 10 นาทีมันอาจจะเปลี่ยนไปพอสมควร จับตาความเคลื่อนไหวแล้วบางครั้งจะมีอะไรที่น่าสนใจโผล่มา”

ส่วนชมรมดูเมฆในต่างประเทศ ดร.บัญชาเผยว่า มีกลุ่มใหญ่ที่ก่อตั้งโดยคนอังกฤษ ชื่อ The Cloud Appreciation Society มีสมาชิกกว่า 8 หมื่นคนทั่วโลก มีการเก็บค่าสมาชิกเพื่อสร้างเว็บไซต์ แต่สำหรับชมรมคนรักมวลเมฆของประเทศไทยก็ถือว่าน่าจะมีจำนวนคนเป็นในอันดับต้นๆ ของโลก ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีชมรมแบบนี้ โดยในชมรมคนรักมวลเมฆก็มีสมาชิกที่อยู่ในต่างประเทศ เช่น เบลเยียม อเมริกา แม้มีจำนวนไม่มากแต่จะส่งภาพจากในต่างประเทศมาให้สมาชิกในกลุ่มชมเป็นประจำเพราะเฟซบุ๊กทำให้เชื่อมต่อกันง่าย

กิจกรรมของกลุ่มนอกจากติดต่อผ่านเฟซบุ๊กแล้วยังมีการนัดพบเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน โดยในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ เวลา 8.30-12.00 น. ที่มติชนอคาเดมี จะมีการมีตติ้งครั้งที่ 9 ดร.บัญชาบอกว่ากิจกรรมจะมี 3 อย่าง 1.พบปะสมาชิก ทั้งคนที่รู้จักกันอยู่แล้วและคนที่เพิ่งเจอกันบนเฟซบุ๊ก 2.กิจกรรมวิชาการบรรยายประมาณ 1 ชั่วโมง พูดเรื่องพื้นฐานในการดูเมฆและปรากฏการณ์พิเศษเช่นพระอาทิตย์ทรงกลดเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ว่าเกิดอะไรขึ้นบนท้องฟ้าและใครถ่ายภาพอะไรได้บ้าง 3.กิจกรรมประกวดภาพถ่ายโดยให้ออกแบบเป็นโปสการ์ด มีการโหวตและมีรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ให้ ส่วนความสนุกสนานรื่นเริงอื่นๆ ก็แล้วแต่สมาชิก

ร่วมสนทนาภาษาเมฆ กับงานเสวนา “รื่นรมย์ ชมเมฆ เรื่องราวสนุกๆ จากฟากฟ้า” พร้อมร่วมพบปะพูดคุยกับสมาชิกชมรมคนรักมวลเมฆและเหล่านักล่าเมฆมากมาย ในวันที่ 22 ก.ค.นี้ ลองทำความรู้จักเมฆแล้วอาจค้นพบสิ่งที่ทำให้หลงรักได้