สืบเนื่องจากการเปิดเผยรูปแบบล่าสุดของสะพานคนเดินและทางจักรยานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าพระจันทร์-ศิริราช โดยมีลักษณะเป็นสะพาน 2 ชั้น ทอดยาวข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเชื่อมฝั่งพระนครและธนบุรี เป็นแหล่งพักผ่อน และท่องเที่ยว จะมีลิฟต์ บันไดเลื่อน รถกอล์ฟให้บริการผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ต้องการเดินทางเข้าสู่ รพ.ศิริราช ใช้งบประมาณเฉพาะค่าก่อสร้าง 1,710 ล้านบาท โดยขณะนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ทั้งในงานสถานที่ตั้ง รูปแบบสะพาน รวมถึงความคุ้มค่าและผลกระทบในด้านต่างๆ ต่อมา สำนักการโยธา กทม. เปิดเผยข้อมูลยืนยันความคุ้มค่า อีกทั้งระบุว่าสะพานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการออกแบบโดยคำนึงถึงวิถีวัฒนธรรมไทย ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และแหล่งประวัติศาสตร์ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

กลุ่ม FRIENDS OF THE RIVER หรือ “เพื่อนแม่น้ำ” ตั้งข้อสังเกตว่าแผนแม่บทการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาโดย กทม. ไม่ได้เปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นอย่างครบถ้วน อีกทั้งยังไม่ผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแล เช่น คณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเกาะกรุงรัตนโกสินทร์ รวมถึงกรมศิลปากร เหตุใด กทม.จึงกล่าวอ้างแผนแม่บทที่ไม่สมบูรณ์และยังไม่ได้รับการอนุมัติมาเดินหน้าโครงการในการกำกับดูแล เพื่อก่อสร้างสะพานดังกล่าว นอกจากนี้ การที่กทม. เคยศึกษาความเป็นไปได้ต่อการยื่นแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณช่วงเกาะรัตนโกสินทร์ต่อยูเนสโก เพื่อเป็นมรดกโลกนั้น เหตุใดนโยบายดังกล่าวจึงไม่ถูกนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีการอนุมัติใช้งบจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาสะพานนี้ถึง50 ล้านบาท ทั้งๆที่แผนแม่บทยังไม่ได้รับการอนุมัติ หรือโครงการนี้มาก่อนแผนแม่บทและเป็นความพยายามที่จะผลักดันให้สะพานคนข้ามนี้บรรจุอยู่ในแผนแม่บทให้ได้ เพื่อนำไปสู่การก่อสร้างในท้ายที่สุด
กลุ่มเพื่อนแม่น้ำ ยังระบุอีกว่า การที่กทม.ออกมาให้ข้อมูลด้านความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของการสร้างสะพาน ดูจะเป็นข้อมูล “ผลดีด้านเดียว” ที่อาจส่งผลดีในระยะสั้นๆช่วงการก่อสร้างและภายหลังการเปิดใช้งานไม่กี่ปีเท่านั้น
“กทม. เคยมองถึงความคุ้มทุนและคุ้มค่าในระยะยาวหรือไม่ เมื่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของภูมิทัศน์บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ต้องสูญเสียไป และอาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวไม่กลับมาเยือนอีก ที่สำคัญเราสูญเสียโอกาสที่จะขึ้นทะเบียนแม่น้ำเจ้าพระยาและเกาะรัตนโกสินทร์เป็นมรดกโลกอันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจมากกว่าการมีสะพานคนข้ามจุดนี้หลายเท่า แต่สิ่งนี้คงเทียบไม่ได้กับคุณค่าที่เมืองจะสูญเสียไปจากการพัฒนาที่ทำลายประวัติศาสตร์อันประเมินค่ามิได้ เมื่อไหร่การพัฒนาแบบนี้จะยุติ การพัฒนาที่ไม่จำเป็น การพัฒนาที่เสียงบประมาณทำแผนซึ่งไม่เคยบูรณาการและบังคับใช้ไม่ได้จริง การพัฒนาที่มีธง การพัฒนาที่การรับฟังความคิดเห็นเป็นแค่พิธีกรรม สังคมกำลังปฏิเสธการพัฒนาแบบนั้น เพราะเราต้องการเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาที่ยังประโยชน์ เป็นธรรมและยั่งยืน การพัฒนาที่โปร่งใส มีส่วนร่วมและใช้องค์ความรู้เป็นกลไกในการพัฒนา” กลุ่มเพื่อนแม่น้ำกล่าว


