วันที่ 5 ตุลาคม นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและบริษัทในเครือ SCG ทบทวนการซื้อถ่านหินจากประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากภาคเอกชนไทยและสภาหอการค้าสหรัฐแถลงว่าเครือ SCG เตรียมลงนามจัดซื้อถ่านหินจากสหรัฐ 2 ฉบับปริมาณ 155,000 ตัน เพื่อนำมาใช้ในการผลิตปูนซีเมนต์ โดยอ้างว่าถ่านหินสหรัฐมีคุณภาพดีและคุ้มค่าต่อการลงทุน การกระทำดังกล่าว ทำให้สังคมไทยผิดหวังกับการดำเนินธุรกิจของเครือ SCG เป็นอย่างมาก ทั้งนี้เครือ SCG ได้เปิดเผยตัวตนของหน่วยงานต่อสาธารณะว่าเป็นบริษัทที่นิยมถ่านหิน เนื่องจากเป็นวัตถุดิบพลังงานที่ก่อให้เกิดปัญหาสภาวะโลกร้อนเป็นลำดับต้นๆ ของโลก
“เป็นที่น่าสงสัยว่าการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมของ SCG ในอดีตที่ผ่านมาโดยอ้างว่าเป็นองค์กรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีธรรมาภิบาลสูง ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ข้อพิสูจน์ที่เปิดเผยออกมาในการเตรียมลงนามจัดซื้อถ่านหินจากสหรัฐ จึงเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนยิ่งว่าแท้ที่จริงแล้ว SCG เป็นบรรษัทธรรมาภิบาลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอดจริงหรือไม่”
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การสนับสนุนการดำเนินการของนายกรัฐมนตรี สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินนโยบายที่ขัดหรือแย้งต่อปฏิญญาปารีสว่าด้วยการป้องกันปัญหาโลกร้อน หลังจาก 196 ประเทศให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2558 และประเทศไทยก็ได้ให้สัตยาบันร่วมลงนามแล้วเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2559 เป็นการแสดงเจตจำนงทางการเมืองในทางนโยบายของไทยในการร่วมมือกับประชาคมโลกในการแก้ไขปัญหาโลกร้อน โดยมีเป้าหมายคือจำกัดการใช้ถ่านหิน เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้น
“สมาคมจึงขอเรียกร้องให้ทบทวนแนวคิดในการเตรียมลงนามจัดซื้อถ่านหิน รวมทั้งการหยุดใช้ถ่านหินจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลกและในประเทศไทย อย่าได้ประพฤติตนในลักษณะหน้าไหว้หลังหลอก โดยหันไปใช้ถ่านหิน วัตถุดิบพลังงานที่ก่อให้เกิดมลพิษ สร้างปัญหาโลกร้อน เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของนายกรัฐมนตรีและเครือ”

