อธิบดีคพ.แจง ฟื้นฟูห้วยคลิตี้ ทำทุกขั้นตอนต่อเนื่อง

วันที่ 19 ตุลาคม นางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวเผยแพร่ว่าตั้งแต่บริษัท ตะกั่ว คอนเซ็นเตรทส์ ประเทศไทย จำกัด ปล่อยของเสียจากการแต่งแร่ลงสู่ลำห้วยคลิตี้ เป็นเหตุให้ชาวกะเหรี่ยง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เจ็บป่วยและเสียชีวิต ซึ่งหลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ คพ.เร่งดำเนินการฟื้นฟูห้วยคลิตี้ภายใน 90 วัน แต่ คพ.ใช้เวลากว่า 4 ปี ใน 2 ประเด็น ได้แก่ 1.คพ.รับเรื่องร้องเรียนและลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่เมษายน 2541 และมีแผนฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ แต่กลับไม่ดำเนินการโดยอ้างว่าจะปล่อยให้ธรรมชาติฟื้นฟู และ 2.การไม่กำจัดมลพิษและการฝังกลบในพื้นที่ป่า ส่งผลให้ลำห้วยคลิตี้ยังมีมลพิษนั้น ขอชี้แจงว่า ตั้งแต่ได้มีคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2556 คพ.ได้ดำเนินการ ประกอบด้วย จ่ายเงินชดเชยให้ผู้ฟ้องคดี ทำฝายดักตะกอน การขุดรื้อหลุมฝังกลบตะกอนริมลำห้วย และการป้องกันการปนเปื้อนสารตะกั่วลงสู่ลำห้วยคลิตี้จากพื้นที่เสี่ยง พร้อมทั้งได้ลงพื้นที่เพื่อชี้แจงกระบวนการทำงานและประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องให้ชาวบ้านคลิตี้รับทราบ และได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนการดำเนินงานดังกล่าวให้กับสำนักงานศาลปกครองทราบมาอย่างต่อเนื่องทุก 4 เดือน ครั้งล่าสุดได้ว่าจ้างบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) เข้าพื้นที่เพื่อเริ่มดำเนินการฟื้นฟู ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป โดยมีระยะเวลาการดำเนินการฟื้นฟูตามสัญญา 1,000 วัน

อธิบดี คพ.กล่าวว่า ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานของโครงการดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ซึ่งจะนำไปสู่การยอมรับและความเชื่อมั่นในผลการดำเนินงาน คพ.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการไตรภาคีเพื่อติดตามการดำเนินโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ซึ่งคณะกรรมการได้มีการประชุมมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้มีการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินการฟื้นฟูให้คณะกรรมการทราบเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2560 ทั้งนี้ นับตั้งแต่ได้มีคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คพ.ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพื่อศึกษาแนวทางการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ และผ่านการพิจารณาของคณะทำงานด้านวิชาการซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนจากหน่วยงานและสถาบันการศึกษา นำมาสู่การตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ ตลอดจนคัดเลือกผู้รับจ้างตามระเบียบของทางราชการเพื่อเข้ามาดำเนินโครงการในปัจจุบัน

นางสุณีกล่าวว่า สำหรับประเด็นที่ 2 นั้น คพ.ขอเรียนชี้แจงว่าปัจจัยที่สำคัญของการฟื้นฟูพื้นที่คลิตี้คือการที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งศักยภาพแร่ตะกั่ว คพ.จึงได้เลือกใช้แนวทางการขุดลอกด้วยระบบปิดและบรรจุตะกอนที่ปนเปื้อนลงในหลุมฝังกลบแบบปลอดภัย ซึ่งเป็นวิธีการที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลในการฟื้นฟูการปนเปื้อนซึ่งได้ผ่านการศึกษาและพิจารณาของนักวิชาการแล้วตามที่ได้ชี้แจงข้างต้น และการเลือกพื้นที่ก่อสร้างหลุมฝังกลบแบบปลอดภัยบริเวณใกล้กับเหมืองตะกั่วเดิมจึงเป็นเสมือนเป็นการนำตะกั่วกลับไปสู่ที่อยู่เดิม โดยได้มีการศึกษาสภาพทางธรณีวิทยาของพื้นที่และกำหนดให้มีบ่อสังเกตการณ์เพื่อให้มีความมั่นใจได้ว่าตะกั่วที่บรรจุในหลุมฝังกลบดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน นอกจากนี้ คพ.ได้ติดตรวจสอบคุณภาพน้ำและตะกอนดินท้องน้ำบริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ แม่น้ำแควใหญ่ และแม่น้ำแม่กลองมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่พบว่ามีปัญหาการปนเปื้อนของตะกั่วตามที่กล่าวอ้าง โดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำแม่กลองในปัจจุบันมีปริมาณตะกั่วในน้ำน้อยกว่า 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งต่ำกว่าที่มาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินซึ่งกำหนดไว้ที่ 0.05 มิลลิกรัมต่อลิตร

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯแต่งตั้ง ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ดำรงตำแหน่งปธ.เจ้าหน้าที่บริหาร
บทความถัดไปส่งออกกันยายน บวก 12.2% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ พาณิชย์เพิ่มเป้าส่งออกโตพรวด 8%