เมื่อวันที่ 17 มีนาคม นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า สหประชาชาติได้ออกแถลงกรณ์ชื่นชมรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาสัญชาติของนักเรียนนักศึกษา หลังจากที่ได้ให้กรมการปกครองสั่งการให้ทุกอำเภอตรวจสอบและให้สถานะทางกฎหมายแก่นักเรียนนักศึกษาที่ไร้รัฐหรือไร้สัญชาติที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในไทยตามที่มีทะเบียนในฐานข้อมูลประชากร การสั่งการนี้จะเป็นประโยชน์แก่นักเรียนเกือบ 65,000 คน หรือราวร้อยละ 15 ของคนที่มีชื่อในทะเบียนคนไร้รัฐ จำนวน 443,862 คน ในสิ้นเดือนตุลาคม 2558 โดยกรมการปกครองได้สั่งให้จังหวัดที่มีนักเรียนไร้สัญชาติหรือไร้รัฐน้อยกว่า 1,000 คนเร่งทำเรื่องทบทวนให้เสร็จภายใน 6 เดือน และตนได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีจำนวนนักเรียนไร้รัฐมากๆ ได้แก่ ตราด ราชบุรี แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี เชียงรายและเชียงใหม่ ต้องกำกับดูแลเรื่องนี้ด้วยตนเองอย่างใกล้ชิดและรายงานความก้าวหน้าทุกเดือน
นายกฤษฎากล่าวว่า เคยเข้าเฝ้าฯสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขณะทรงงานโรงเรียนต่างๆตามแนวชายแดน ทราบว่าพระองค์ได้พระราชทานทุนการศึกษา เรียกว่า”ทุนพระราชานุเคราะห์”ให้กับนักเรียน นักศึกษาปีละหลายทุน แต่ปรากฎว่านักเรียน นักศึกษาบางคน ไม่มีสัญชาติไทย ทั้งๆที่พวกเขาเหล่านั้นเกิดในราชอาณาจักรไทยและอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลานานจนมีคุณสมบัติเป็นคนไทยสัญชาติไทยตามพ.ร.บ.สัญชาติฉบับปัจจุบัน ดังนั้นเมื่อพระองค์มีรับสั่งกับตนในสมัยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองให้แก้ปัญหานี้ด้วย จึงเป็นความภาคภูมิใจที่ได้ทำงานถวายพระองค์ และทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในสายตาต่างประเทศว่าเราได้ให้สิทธิความเป็นมนุษยชนกับพลเมืองที่ไร้รัฐเหมือนกับนานาประเทศ
น.ส.รูเวนดรินี เมนิกดิเวลา ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ยูเอ็นเอสซีอาร์ ภูมิภาคในไทย ได้แถลงตอนหนึ่งว่า “การตรวจสอบนักเรียนไร้รัฐไร้สัญชาติทั่วไทยช่วยให้เด็กสามารถมีโอกาสได้รับสัญชาติ การมีสถานะทางกฎหมาย ทำให้เด็กมีโอกาสแบบเดียวกับเด็กไทยอื่นๆมี นี่จะช่วยให้เขาตระหนักถึงศักยภาพเต็มที่ และช่วยทำให้ชุมชนของพวกเขาหลุดพ้นจากวงจรความยากจน ด้อยพัฒนาและช่วยเหลือสังคมไทยได้อนาคตของนักเรียนไร้รัฐนับพันๆคน ที่จะได้รับสถานะทางกฎหมาย เป็นปรากฏการณ์สำคัญของความพยายามอย่างต่อเนื่องของไทยที่จะยุติภาวะไร้รัฐ”
น.ส.รูเวนดรินีระบุว่า “โดยการมุ่งมั่นยึดถือเป้าหมายเป็นการเฉพาะและกำหนดเงื่อนเวลานี้ ทำให้เห็นได้ว่า ความพยายามนี้เป็นตัวอย่างแก่ภูมิภาคนี้ และยกระดับความเป็นผู้นำของไทยในภูมิภาคนี้ที่จะจัดการกับเรื่องความไร้รัฐ” และว่ายูเอ็นเอสซีอาร์ ได้ร่วมสนับสนุนความพยายามนี้ โดยทำงานกับเจ้าหน้าที่รัฐและเปิดศูนย์ให้บริการในโรงเรียนต่างๆ ที่อำเภอแม่ฟ้าหลวงและแม่จัน จ.เชียงราย นักเรียนและครอบครัวเขาได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการขอสัญชาติ และยื่นคำร้องขอใบรับรองการเกิด สัญชาติ และใบรับรองการมีถิ่นที่อยู่ถาวร และเอกสารสถานะพลเรือนที่เกี่ยวข้องอื่นๆ โครงการนี้ได้ร่วมกับข้าราชการในระดับอำเภอ ครู ผู้นำ ผู้ปกครองท้องที่ และภาคประชาสังคมท้องถิ่นที่ได้มีส่วนร่วมดำเนินการในประเด็นความไร้รัฐ และยูเอ็นเอสซีอาร์ ได้รับมอบหมายจากที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติให้ช่วยลดปรากฏการณ์ภาวะไร้รัฐที่มีผลกระทบต่อคนราว 10 ล้านคนทั่วโลก ในเดือนพฤศจิกายน 2557 ได้มีการเปิดการรณรงค์ทั่วโลกที่จะยุติภาวะไร้รัฐภายในปี2567 โดยยกระดับความตระหนักรู้ถึงความทุกข์ยากของคนไร้รัฐและให้มีแนวทางสนับสนุนรัฐบาลต่างๆ ในการปฏิรูปกฎหมายเรื่องสัญชาติและปรับปรุงนโยบายที่มุ่งไปสู่การลดภาวะไร้รัฐ

