เป็นข่าวที่น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง สำหรับกรณีซีอีโอบริษัทดังที่ถูกจับกลางทุ่งใหญ่นเรศวรพร้อมปืนไรเฟิลและซากสัตว์ที่น่าสงสาร นำไปสู่การตั้งคำถามว่าเหตุใดการล่าจึงยังคงอยู่ในอารยธรรมของมนุษย์ ทั้งที่เราล่วงเลยยุคหาของป่า-ล่าสัตว์เพื่อยังชีพมานานแสนนานแล้ว
หมุนเข็มนาฬิกาย้อนหลังสู่ยุคก่อนประวัติศาสตร์นับหมื่นนับพันปีก่อน ผู้คนล่าสัตว์ป่าเพื่อการดำรงชีวิตอยู่โดยใช้เครื่องมือหิน และอาวุธโลหะตามแต่พัฒนาการด้านเทคโนโลยีในแต่ละยุคสมัย
ทว่า เมื่อเข้าสู่โลกยุคหลัง ในช่วงหลักร้อยปีมานี้ การล่าสัตว์กลายเป็น “กีฬา” เพื่อความบันเทิง เป็นวานอดิเรกของ “ผู้มีอันจะกิน” ดังที่ ศาสตราจารย์ ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักประวัติศาสตร์ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ เคยบอกว่า การล่าสัตว์เป็นค่านิยมของชาวตะวันตกโดยเฉพาะชนชั้นสูง คาดว่าได้รับความนิยมสูงสุดเมื่อ 100 กว่าปีที่แล้ว โดยยุคนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่แสดงความเป็นชายชาตรี ทุกวันนี้ยังมีคนบางกลุ่มนิยมอยู่ แต่จะถูกต่อต้านอย่างรุนแรงจากสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่สมเด็จพระราชาธิบดีฆวน การ์โลสที่ 1 แห่งเสปนก็ถูกกองทุนสัตว์ป่าโลก หรือ WWF ประจำประเทศสเปน ปลดจากตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ เมื่อ พ.ศ. 2555 เพราะพระองค์ทรงล่าช้างในประเทศบอตสวานาตั้งแต่ พ.ศ.2549 ทั้งยังโดนสื่อวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แม้จะล่าอย่างถูกกฎหมายก็ตาม
“การล่าสัตว์ป่าเป็นเกมกีฬาที่แสดงความมีอำนาจของกลุ่มผู้ดีตะวันตก ที่ต้องการสำแดงแสนยานุภาพ ล่าเสร็จแล้ว ต้องถ่ายรูปคู่ซากสัตว์ เป็นกิจกรรมที่พีคมากในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ทุกวันนี้ถูกต่อต้านมาก เพราะเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม”

ย้อนกลับมามองประเทศไทยเอง ที่ผ่านมาก็เคยมีดาวเด่นถูกฆ่าตายมาแล้ว อย่าง ‘งางอน’ ช้างป่าเขาใหญ่ที่สง่างามสะดุดตาด้วยงาคู่งามโค้งประหนึ่งวงพระจันทร์ กลายเป็นขวัญใจชาวบ้านและนักอนุรักษ์ แต่แล้วก็กลับหายตัวไปอย่างลึกลับอย่างน้อย 2 ปี กว่าจะมีข่าวเปิดโปงเมื่อ เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2536 ภายใต้กระแสหนาหูว่างางอนถูกฆ่าด้วยปืนไรเฟิลอย่างไม่ปรานีด้วย ‘ใบสั่ง’ จากผู้มีอิทธิพลรายหนึ่ง ที่ส่งงาคู่งามให้นายทุนใหญ่ในกรุงเทพฯ แล้วรับทรัพย์เป็นเงินหลักล้านบาท จากนั้นมีการส่งต่อไปยังสหรัฐอเมริกา แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะจับผู้กระทำผิดมาลงโทษไม่ได้จนกระทั่งบัดนี้ เพราะไม่มีร่างไร้วิญญาณมายืนยันถึงการตายของช้างป่าผู้น่าสงสาร
นอกเหนือจากกรณีงางอน อดิศร นุชดำรงค์ อดีตรองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เคยให้ข้อมูลว่า การล่าสัตว์ป่าเพื่อเป็นเกมกีฬาเหมือนประเทศทางตะวันตกนั้น อดิศรบอกว่า ปัจจุบันในบ้านเราไม่มี แต่มีการล่าสัตว์ป่าเพื่อนำอวัยวะทำอาหารตามความเชื่อว่าบำรุงร่างกาย เช่น เชื่ออย่างผิดๆว่านอแรดเป็นยาโด๊ปเพิ่มพลัง หรือนำมาใช้ประกอบความเชื่อทางไสยศาสตร์ว่าจะช่วยให้แคล้วแคลาดจากภยันตราย แต่แนวโน้มค่อยๆน้อยลง เพราะทางกรมอุทยานพยายามเผยแพร่ความรู้แก่ชาวบ้าน ให้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง รวมถึงมีความเข้มงวดในการลาดตระเวนมากขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่มรดกโลก


