อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งลุยหาดราชมงคลตรัง ตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารปฏิบัติการโรงแรมและการท่องเที่ยว มทร.ศรีวิชัยตรัง หลังได้รับการร้องเรียนรุกล้ำป่าชายเลน
วันที่ 22 ก.พ. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารปฏิบัติการโรงแรมและการท่องเที่ยว มทร.ศรีวิชัยตรัง หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการบุกรุกป่าชายเลน หาดราชมงคล โดยมีนายยงยุทธ หนูเนียม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ว่าที่ พ.ต.ดำรง โลหะลักษณาเดช ผู้ช่วยอธิการบดีประจำวิทยาเขตชี้แจง
นายจตุพรกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ร่วมตรวจสอบการก่อสร้างกลุ่มอาคารปฏิบัติการโรงแรมและการท่องเที่ยว มทร.ศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ซึ่งถูกร้องเรียนว่าบุกรุกป่าชายเลน เบื้องต้นพื้นที่ก่อสร้างดังกล่าวมีเนื้อที่ 21-59 ไร่ อยู่นอกเขตพื้นที่ซึ่งกรมป่าไม้อนุญาตให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยฯ ใช้ประโยชน์ ซึ่งมีด้วยกัน 2 แปลง คือ แปลง 1,700 ไร่ ตามประกาศกรมป่าไม้ฉบับที่ 48/2535 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2535 และแปลง 46 ไร่ ตามประกาศกรมป่าไม้ฉบับที่ 187/2537 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2537 คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดและร้องโทษกล่าวทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ. สิเกา จ.ตรัง ไปแล้ว
“การที่จะดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้หรือไม่นั้นต้องดูองค์ประกอบหลายอย่างเช่นแผนที่ภาพถ่าย การพิสูจน์แนวเขตของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แผนที่ของป่าไม้ เนื่องจากพื้นที่ที่ตั้งอยู่นี้มีสองหน่วยงานดังกล่าวเกี่ยวข้อง และที่สำคัญคือประชาชนที่ต้องเห็นด้วยกับการก่อสร้าง ถึงแม้ว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ เมื่อมีการร้องเรียนฟ้องร้อง มาตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ไม่ได้ดำเนินการก่อสร้างต่อ ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องให้ความร่วมมือกัน ซึ่งเมื่อลงมาดูพื้นที่แล้วก็จะกลับไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในขณะนี้พื้นที่ทรัพยากรทางทะเลนั้นถือเป็นพื้นที่สำคัญของโลกไม่ใช่เฉพาะของประเทศใดประเทศหนึ่ง การกระทำใดๆ ก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างมาก” นายจตุพรกล่าว
อนึ่ง สำหรับคดีดังกล่าว พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีกับผู้ต้องหา แม้ภายหลังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ส่งเอกสารเพิ่มเติมไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาคดีใหม่ แต่อธิบดีอัยการภาค 9 ได้มีคำสั่งให้ยุติเรื่อง เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมได้ และในวันที่ 7 มิถุนายน 2560 นายสุพร ฤทธิภักดี ประธานพิทักษ์ผลประโยชน์กรรมการสภาคณาจารย์และข้าราชการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยฯ ได้มีหนังสือเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ตรวจสอบอาคารและสิ่งก่อสร้างของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ซึ่งอาจจะมีการบุกรุกป่าชายเลนหรือป่าสงวนแห่งชาติ
ซึ่งประกอบด้วย รีสอร์ต (แฟลต,ถนน,บ้านพักข้าราชการ และอื่นๆ จำนวน 9 รายการ คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 (7 เดิม) เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) และเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ได้เข้าทำการตรวจสอบปรากฏว่า พื้นที่มหาวิทยาลัยทำประโยชน์อยู่นอกพื้นที่อนุญาตจากกรมป่าไม้ จำนวน 402.14 ไร่ แต่เนื่องจากนายทม รักทองจัน เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจสภาพป่าก่อนจะมีการอนุญาตได้นำชี้ตำแหน่งพื้นที่อนุญาต ซึ่งปรากฏว่า พื้นที่ที่นำชี้ไม่สอดคล้องกับแผนที่ท้ายอนุญาต
ต่อมา เจ้าหน้าที่จึงได้มีการประชุมกัน โดยให้กรมป่าไม้หาข้อยุติเกี่ยวกับตำแหน่งพื้นที่อนุญาตว่าอยู่บริเวณไหน อย่างไร ซึ่งหากมีการบุกรุกนอกพื้นที่อนุญาตทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยฯ ยินยอมที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย ขณะนี้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) ได้ตรวจสอบพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอความเห็นชอบจากกรมป่าไม้
ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาในพื้นที่เกี่ยวกับการก่อสร้างกลุ่มอาคารปฏิบัติการโรงแรม เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยฯ ได้ใช้งบประมาณดำเนินการมาจำนวนมาก จังหวัดตรังจึงมีมติให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยฯ ขอใช้ประโยชน์ใหม่ให้ถูกต้อง โดยในพื้นที่ป่าชายเลนต้องขอผ่อนผันไม่นำมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาบังคับใช้ โดยการขอผ่อนผันครั้งแรก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้คัดค้าน เนื่องจากขณะนั้นคดีอาญายังไม่ถึงที่สุด



