เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมทีเค พาเลซ สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค (คร.) และภาคีเครือข่ายจัดแถลงข่าว “หยุดบังคับตรวจเอชไอวี ลบหรือบวก ไม่สำคัญ ทำงานได้” โดย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ กำหนดให้วันที่ 1 มีนาคมของทุกปี เป็นวันรณรงค์สากล เพื่อยุติการเลือกปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม ปัญหาการเลือกปฏิบัติยังคงมีอยู่ ซึ่งจากการสำรวจทัศนคติของประชาชนเกี่ยวกับการตีตราและเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากเอชไอวี/เอดส์ ปี 2557 พบว่าร้อยละ 58 มีเจตคติรังเกียจผู้มีเชื้อเอชไอวี และจากระบบเฝ้าระวังการติดเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวี ปี 2559 พบว่ากลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย และสาวประเภทสอง เคยประสบเหตุการณ์การถูกรังเกียจ กีดกันในสถานที่ทำงาน/สถานศึกษา ร้อยละ 13 และ 19 ตามลำดับ ซึ่งจะเห็นได้จากการร้องเรียนที่ยังปรากฏให้เห็นอยู่ในสังคม โดยเฉพาะการบังคับตรวจเลือดก่อนรับเข้าทำงานหรือมีนโยบายตรวจเลือดพนักงาน
นพ.สุวรรณชัยกล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์การตีตราและเลือกปฏิบัติในระบบบริการสุขภาพ ปี 2560 พบว่าบุคลากรผู้ให้บริการ ร้อยละ 21 ยังคงมีพฤติกรรมการให้บริการที่แสดงการรังเกียจ และเลือกปฏิบัติต่อผู้มีเชื้อเอชไอวี ในขณะที่ผู้มีเชื้อเอชไอวี ร้อยละ 11 มีประสบการณ์การถูกรังเกียจ เลือกปฏิบัติในการให้บริการในสถานพยาบาล ปัจจุบันประเทศไทย โดยคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ ได้กำหนดวิสัยทัศน์ในยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ พ.ศ.2560-2573 คือ “ร่วมยุติปัญหาเอดส์ในประเทศไทยภายในปี พ.ศ.2573 ที่คำนึงถึงหลักการสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคระหว่างเพศ” โดยตั้งเป้าหมายลดการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ไม่เกิน 1,000 รายต่อปี ลดการเสียชีวิตในผู้ติดเชื้อเอชไอวีไม่เกิน 4,000 รายต่อปี และลดการเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวเนื่องจากเอชไอวีและเพศภาวะ โดยร้อยละของประชาชนที่มีเจตคติรังเกียจผู้ติดเชื้อเอชไอวีเหลือไม่เกินร้อยละ 5.8
“เราเน้นมาตรการหลักที่สำคัญ ได้แก่ 1.มาตรการในเชิงการป้องกันการละเมิดสิทธิด้านเอดส์ โดยมุ่งเน้น สร้างความเข้าใจเรื่องการตีตราและการเลือกปฏิบัติในทุกระดับทุกหน่วยของสังคม เพื่อไม่ให้เกิดการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับเอดส์ 2.มาตรการในเชิงการปกป้องคุ้มครองสิทธิ เมื่อเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือมีการร้องเรียนการละเมิดสิทธิเกี่ยวกับเอดส์ มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการสนับสนุนจากกลไกเชิงนโยบาย” อธิบดี คร.กล่าว
น.ส.วฑูศิริ ภูวปัญญาสิริ หรือน้องก่อน สมาชิกวง BNK48 กล่าวว่า จากที่มีแฟนคลับท่านหนึ่งโพสต์ในโซเชียลฯ ระบุว่า รู้สึกไม่ดีที่ต้องมาจับมือกับพวกเรา เพราะเขาป่วยเป็นเอชไอวี ซึ่งเมื่อได้เห็นโพสต์ ก็รู้สึกไม่ดี แต่ไม่ใช่ไม่ดีเพราะแฟนคลับที่จะมาจับมือแล้วกังวลว่าติดเชื้อ แต่รู้สึกไม่ดีที่เขาคิดแบบนั้น เพราะจริงๆ แล้วการติดเชื้อไม่ได้ติดง่ายๆ และไม่อยากให้ทุกคนกลัว และขอเป็นตัวแทนวง ที่ต้องจับมือกับแฟนๆ ทุกคนว่า เราทุกคนไม่ได้กังวลกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี และเราขอเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไป และตัวก่อนเอง ก็ได้เขียนข้อความนั้นขึ้นมาว่า รู้สึกอย่างไรกับผู้ป่วยเอชไอวี ซึ่งปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ๆ ในการดูแลรักษา ในการป้องกันการติดเชื้อ ดังนั้น เชื้อเอชไอวีจึงไม่ได้น่ากลัว
“เดิมตัวก่อนเองก็เคยมีความคิดเหมือนคนทั่วไป ว่าเราไม่สามารถอยู่ร่วมกับคนติดเชื้อเอชไอวี เพราะมีความเสี่ยงรับเชื้อ แต่เมื่อได้รับการสอนจากครูสุขศึกษาที่มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตกับผู้ติดเชื้อ เพราะเป็นเพื่อน ทำให้เห็นตัวอย่างชัดเจนว่า คนทั่วไปกับผู้ติดเชื้อสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ หากเรามีความรู้ และทำให้เปลี่ยนมุมมองต่อผู้ติดเชื้อตั้งแต่ครั้งนั้น และการที่เราไปตีตราเลือกปฏิบัติ ก็อยากให้คิดถึงใจเขา คิดถึงความรู้สึกเขาด้วย” สมาชิกวง BNK48 กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโพสต์ที่น้องก่อน วง BNK48 โพสต์ เมื่อช่วงก่อนจัดกิจกรรมช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา คือ
“ก่อนได้ทราบข่าวมาว่า มีแฟนคลับที่มีเชื้อไวรัส HIV อยู่ แล้วกังวลว่าพวกเรา จะรังเกียจไหมที่จะต้องจับมือด้วย ก่อนจะขอเป็นตัวแทนพูดแทนนะคะ ในปัจจุบันเชื้อไวรัส HIV สามารถควบคุมได้ด้วยการทานยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอ การปรึกษาคุณหมออย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าคุณคิดว่าได้ทำสิ่งเหล่านี้แล้ว แล้วร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องจับมือเลยค่ะอีกอย่างคนที่มีเชื้อไวรัส HIV นั้น จริงๆ แล้วสามารถใช้ชีวิตอย่างคนปกติได้เลยค่ะ ก็เลยไม่อยากให้กังวลกันค่ะ ก่อนและเหล่าเมมเบอร์ BNK48 นั้นก็อยากร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยเชื้อไวรัส HIV ค่ะ แล้วใครที่อยากได้กำลังใจกับพวกเราอย่างใกล้ชิดก็สามารถมาจับมือพวกเราในวันที่ 13-14 มกราคม นี้! ที่เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน นะคะ”


