งานยา อินโดฯ คึกคัก ปีหน้าเตรียมจัดใหญ่ในไทย หวังเพิ่มมูลค่าเภสัชภัณฑ์อาเซียน

28.03.18 | 16:54 น.

งาน “อุตสาหกรรมส่วนผสมยา” อินโดฯ คึกคัก ปีหน้าเตรียมจัดใหญ่ในไทย หวังเพิ่มมูลค่าเภสัชภัณฑ์อาเซียน

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ศูนย์การประชุม JIExpo กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย มีการจัดงานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และการประชุมด้านส่วนผสมยาสำหรับเภสัชอุตสาหกรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ CPhI South East Asia 2018 โดยมีเป้าหมายเพื่อรองรับความต้องการและการเติบโตของอุตสาหกรรมยาในภูมิภาค โดยมีตัวแทนจากสมาคมด้านเภสัชกรรมในประเทศไทยเข้าร่วม พร้อมทั้งประกาศถึงการเตรียมจัดงานดังกล่าวในไทยเป็นครั้งแรกในปี 2562

นาวสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ-ภูมิภาคอาเซียน บริษัทยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า งานนี้มีการจัดขึ้นเป็นประจำในประเทศที่ได้รับการยอมรับด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม อาทิ กลุ่มประเทศยุโรป จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการวิจัยยาและการผลิตยา อย่างไรก็ตาม ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการจัดงานดังกล่าวในอินโดนีเซีย เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นตลาดยาที่มีมูลค่ามากเป็นอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากมีจำนวนประชากรมาเป็นอันดับ 4 ของโลก โดยเน้นการผลิตเพื่อบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก ดังนั้น เพื่อกระตุ้นและเพิ่มมูลค่าให้อุตสาหกรรมยาและเภสัชภัณฑ์ในภูมิภาค จึงจะมีการจัดงานนี้ขึ้นในประเทศไทยด้วย โดยเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป และสลับกันระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย

“ไทยมีมูลค่าตลาดยามากถึง 1.6 แสนล้านบาท เป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย ซึ่งได้รับการยอมรับในศักยภาพและความสามารถทั้งในแง่ของความสามารถในการผลิตและการส่งออก จากนี้ไปงาน CPhl South East Asia จะถูกจัดสลับกันระหว่างอินโดนีเซียและไทย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ทั้งคู่ โดยอินโดนีเซียจะเน้นการยกระดับคุณภาพยาและการอัพเดตองค์ความรู้เพื่อการผลิตสำหรับบริโภคในประเทศ ส่วนไทยจะเน้นไปที่การพัฒนา การใช้งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อความเป็นเลิศด้านการผลิตที่จะสร้างการยอมรับในการส่งออกไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก จากที่ได้รับการยอมรับในกลุ่มประเทศอาเซียนอยู่แล้ว โดยเฉพาะกับ CLMV คือ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ซึ่งไทยมีสัดส่วนการส่งออกรวมกันมากถึง 57% ของการส่งออกยาทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้รับความไว้วางใจจากประเทศกลุ่มเอเชียมากขึ้น โดยมีการส่งออกยาไปฮ่องกงกับญี่ปุ่นคิดรวมกัน 15% จากตัวเลขหลักเดียวกันในปี 2558” นางสาวรุ้งเพชรกล่าว

Advertisement

เภสัชกร รศ.ดร. สินธุ์ชัย แก้วกิตติชัย นายกสมาคมเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังมีการพัฒนายาแผนปัจจุบันแบบ “ปลายน้ำ” กล่าวคือ นำวัตถุดิบจากประเทศอื่นมาผลิต ไม่ได้ตั้งค้นจากตัววัตถุดิบ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของไทย ต่างจากอินเดีย จีน หรือหลายประเทศในยุโรป ซึ่งเริ่มจาก “ต้นน้ำ” คือตัววัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม ไทยยังถือว่าไม่ได้ตกกระแส กล่าวคือ ยังมีการคิดค้นยาชนิดใหม่ๆ รวมถึงเริ่มลงทุนมากขึ้นในด้านเภสัชชีวภาพ หรือเภสัชชีววัตถุ คือผลิตภัณฑ์จำพวกวัคซีน เซรั่ม และยาจากฮอร์โมน เป็นต้น เชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยขน์ในการพัฒนาการผลิตยาในอนาคต

“การร่วมมือการจัดงานนี้ เชื่อว่าจะทำให้เราเดินไป 2 ทาง หนึ่งคือ เริ่มผลิตวัตถุดิบภายใต้ความร่วมมือก่อน แล้วบีโอไอ ต้องให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง สอง คือ การหาแหล่งวัตถุดิบที่ดี และน่าเชื่อถือ มาผลิตยา ในขณะที่ตอนนี้เราต้องสั่งวัตถุดิบจากจีนและอินเดีย ก่อนหน้านั้นสั่งจากยุโรป แต่ภายหลังมีปัญหาเรื่องสิทธิบัตร สำหรับงานในปีหน้าซึ่งจะจัดที่ประเทศไทย หวังว่าจะส่งผลให้อย่างน้อยโรงงานในไทยจะสามารถรู้แหล่งของวัตถุดิบที่เชื่อถือได้เพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่การซื้อวัตถุดิบได้ราคาถูก แต่หมายถึงการได้วัตถุดิบราคาเหมาะสม โดยมีแหล่งให้เลือกมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เราผลิตยาได้มีคุณภาพมากขึ้น ประชาชนได้เข้าถึงยาที่ดี”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในงานคึกคักอย่างมาก โดยมีบริษัทด้านเภสัชกรรมจากทั่วโลกเดินทางมานำเสนอนวัตกรรมใหม่ในด้านต่างๆ เช่น อุปกรณ์ เครื่องจักรสำหรับผลิตยา บรรจุภัณฑ์ใรการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยและมาตรฐานการจ่ายยา , บริการแล็บทดลอง การทดลองทางคลินิค การคิดค้นสูตรยา รวมถึงงานวิจัยที่ได้มาตรฐานโลก สำหรับตัวอย่างนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ได้แก่ สีและสารเคลือบเม็ดยาที่มีกลิ่นหลากหลาย และเคลือบโดยเสร็จสิ้นได้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 60% , เครื่องวัดสัดส่วนสารประกอบในยา, ฟิล์มวิตามินดีสำหรับเด็กซึ่งสามารถดูดซึมได้เร็ว เป็นทางเลือกสำหรับการรับวิตามินที่นอกเหนือจากชนิดเม็ดและแคปซูล, นวัตกรรมการใช้สารสกัดจาก “รกมนุษย์” ในการประกอบเครื่องสำอางต่อต้านริ้วรอย ซึ่งแพร่หลายในญี่ปุ่นและเกาหลี, สมุนไพรท้องถิ่นของอินโดนีเซีย เป็นต้น โดยผู้ร่วมงานส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการจากประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังมีการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ออกบูธ และผู้เยี่ยมชมงาน รวมถึงการสัมมนาในหัวข้อต่างๆที่เกี่ยวข้องการอุตสาหกรรมยา และนิทรรศการด้านผลิตภัณฑ์ด้านเภสัชกรรมที่น่าสนใจ

ทั้งนี้ งาน CPhi South East Asia 2018 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคม 2561 ส่วนในครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรกระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคม 2562 โดยได้รับการสนับสนุนจากเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมเภสัชกรอุตสาหการ, สมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบันและสมาคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย