“บิ๊กตู่” สั่งต่อไปนี้ให้ราชการทุกกระทรวงจัดซื้อจัดจ้างสตาร์ทอัพ ด้าน “สุวิทย์” รับลูก เตรียมเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องทันที
วันที่ 10 พฤษภาคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) เปิดแถลงข่าวการจัดงาน STARTUP THAILAND 2018 ว่า วันนี้เข้าปีที่ 3 ที่ธุรกิจ สตาร์ทอัพ เจริญเติบโต และมีบทบาทกับประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถึงวันนี้ เกิดธุรกิจสตาร์ทอัพแล้วกว่า 10,000 เจ้า เป็นสตาร์ท อัพ ที่มีคุณภาพราว 1,500 เจ้า โดยการก่อเกิดของสตาร์ท อัพ ในปีแรก เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจ เกิดเป็นเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ที่ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมภายในประเทศอย่างแท้จริง ปีต่อมามีการขยายผลประกอบการออกไปยังต่างประเทศประกาศให้โลกรู้ว่าประเทศไทยมีสตาร์ทอัพที่มีคุณภาพ จนมีการจัดลำดับให้กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการประกอบธุรกิจสตาร์ทอัพอันดับ ที่ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นอันดับที่ 7 ของโลก
“วันนี้เข้าสู่ปีที่ 3 ขอประกาศความสำเร็จในการสร้าง สตาร์ทอัพ นักรบทางเศรษฐกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย หน้าที่ของรัฐบาลก็คือ สร้างโอกาสให้เกิดธุรกิจนี้ ภายใต้ความเชื่อที่ว่า หนุ่มสาวมีหัวใจของผู้ประกอบการ ดึงศักยภาพของหนุ่มสาวออกมา รวมทั้งสร้างระบบนิเวศน์ให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกันนี้ จะผลักดันกฏหมายเฉพาะของสตาร์ท อัพให้ออกมาเฉพาะ เพื่อสนับสนุน และอำนวยความสะดวก แก่การทำธุรกิจสตาร์ทอัพ จะเป็นกฏหมายที่แยกออกจามากกฏหมายเอสเอ็มอี เพราะว่าที่ผ่านมา มีข้อจำกัดทางกฏหมายที่ยังเป็นอุปสรรค ต่อการเติบโต ของธุรกิจนี้ เช่น เรื่องการเข้าถึงเงินทุน ซึ่ง การเข้าถึงเงินทุนของธุรกิจสตาร์ท อัพ และธุรกิจ เอสเอ็มอี จะแตกต่างกัน เป็นต้น”นายสุวิทย์ กล่าว
นายสุวิทย์ กล่าวว่า สำหรับเนื้อหาในร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)สตาร์ท อัพ นั้น มี 4 ประเด็นหลัก คือ 1.ทำอย่างไรให้สามารถก้าวเข้ามาทำธุรกิจสตาร์ท อัพได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ประกอบการจากต่างประเทศ 2.ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจสตาร์ท อัพ เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่าย 3.ส่งเสริมให้มีการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด ให้ผู้ลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาร่วมเป็นหุ้นส่วนได้ง่ายขึ้น และ 4.ส่งเสริมการขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ เช่น การฝึกอบรมทักษะการเจรจาธุรกิจ เป็นต้น
“เรื่องตัวกฏหมาย สตาร์ท อัพ นี้เราร่างเอาไว้บ้างแล้ว คาดว่า ให้เสร็จตามขั้นตอนต่างๆทั้งหมด น่าจะประกาศใช้ได้ภายในปลายปีนี้”นายสุวิทย์ กล่าว
รัฐมนตรีวท. กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่เมื่อเร็วๆนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยราชการทุกกระทรวงจัดซื้อจัดจ้างกับสตาร์ท อัพ เพราะเห็นว่า ถึงวันนี้มีผู้ประกอบการสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพมากเพียงพอที่จะตอบโจทย์ระบบราชการได้ทุกที่ ซึ่งภายในสัปดาห์นี้จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ทุกภาคส่วนมาหารือกันเพื่อดำเนินการเร็วๆนี้

