ชายวัย 76 ปีออกโรงเตือนอย่าเชื่อโซเชียลฯ ดื่มน้ำกระชาย 10 วันทำร่างกายทรุดไร้เรี่ยวแรง

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีการแชร์ข้อมูลผ่านทางไลน์แอพพลิเคชั่นจากผู้ประสบปัญหาการใช้สมุนไพร โดยเชื่อข้อมูลผ่านทางไลน์ถึงสูตรสมุนไพรบำรุงร่างกาย ปรากฎว่าแขนขาอ่อนแรง เป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีกขวา กระทั่งนำข้อมูลที่ตนเองประสบ พร้อมทั้งทิ้งเบอร์ผ่านไลน์ให้กับผู้ที่สงสัยสอบถามรายละเอียด

ผู้สื่อข่าวมติชนได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ไปยัง นายสัมฤทธิ์ ชีวเกรียงไกร หรือเฮียกวง อายุ 76 ปี ผู้ประสบปัญหาจากการเชื่อข้อมูลผ่านทางไลน์ กล่าวว่า ตนเป็นอีกผู้หนึ่งที่หลงเชื่อข้อมูลที่อ้างว่าผ่านการศึกษาจากนักวิชาการแล้ว  ซึ่งระบุสูตรการรับประทานกระชาย โดยให้นำมาปั่นผสมน้ำผึ้งและน้ำมะนาว จะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ที่สำคัญเพื่อนที่อายุน้อยกว่าตนเคยรับประทานแต่ก็ไม่เป็นอะไร  จึงลองมารับประทาน เพราะส่วนตัวไม่ได้เป็นโรคอะไร เป็นคนแข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมออยู่แล้ว จึงไปซื้อกระชายมาปั่น ผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาว โดยกระชายเป็นกระชายทั่วไปตามท้องตลาด ซึ้อมาประมาณครึ่งกิโลกรัมได้

“ผมนำทั้งหมดมาปั่นเป็นน้ำสำหรับดื่ม โดยดื่มเช้าและเย็น ดื่ม 2 จอกทุกวันเป็นเวลา 10 วัน โดยเริ่มวันแรกเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2561 กระทั่งวันที่ 5 พฤษภาคม 2561ผมเริ่มป่วย แขนขาอ่อนแรง พูดเริ่มไม่ชัด เกือบจะเป็นปากเบี้ยว เดินก้าวเท้าไม่ได้ โดยซีกขวาผิดปกติคล้ายอัมพฤต ในที่สุดต้องไปพบแพทย์ต้องนอนโรงพยาบาล 6 วัน ทำการตรวจสแกนสมอง สแกนทุกอย่าง ผลเอ็กซเรย์พบว่า เลือดหนืดไปเลี้ยงก้านสมองไม่ทัน   ประเด็นสำคัญคือ กระชายไม่ควรกินเยอะทุกวัน และในผู้สูงอายุยิ่งต้องระวังจะทำให้เลือดหนืด และเสี่ยงป่วยอย่างผมได้ ซึ่งวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา อาการฟื้นตัวดีขึ้น 80-90 % แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่ดีเต็ม 100% ยังเดินไม่สมบูรณ์ อย่างวันที่ 5 มิถุนายนนี้ผมต้องไปทำกายภาพด้วย” นายสัมฤทธิ์ กล่าว

นายสัมฤทธิ์ กล่าวอีกว่า การหลงเชื่อข้อมูลทางไลน์ทางโซเชียลฯมีปัญหามาก ช่วงต้นปี2560 ตนมีอาการนิ้วชา ไม่ยอมไปพบแพทย์เพราะกลัวการผ่าตัด แต่เชื่อข้อมูลทางไลน์ให้นวดท่าต่างๆ นวดมา 12 เดือนก็ไม่ดีขึ้น ในระหว่างที่นวดก็ไปเชื้อข้อมูลในโซเชียลฯ อีกว่าให้แช่ขนมปังผสมน้ำส้มสายชู ประคบที่หน้าหลงฝ่ามือ 5-7 วันจะหาย ปรากฎว่าทำได้ 10 วันไม่ดีขึ้น ยังทำให้ผิวหนังตายด้าน ต้องรักษาอีก 3 เดือน สุดท้ายที่นิ้วชาก็ต้องไปผ่าตัดอีก ไม่เพียงแค่ผม ยังมีเคสอื่นๆที่เล่าสู่กันฟังอีกมาก อย่างตอนไปรักษาก็พบกับคนไข้หญิงรายหนึ่งอายุ 60 ปี ป่วยเป็นเบาหวาน ร่างกายปกติ แต่ไปเชื่อข้างบ้านว่ากินมะรุมแก้เบาหวาน กินวันละ 2 เม็ดสุดท้ายอาการหนัก ตับอักสบ ไตเกือบวาย ดังนั้น หากมีข้อมูลแบบนี้อย่าเชื่อทันที ตรวจสอบก่อนให้ดีๆ เพราะไลน์พวกนี้บางทีส่งมาก็ไม่หมด ไม่มีข้อควรระวังอะไร ใครเชื่อก็จะประสบปัญหาแบบตน

ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า จริงๆแล้วสมุนไพร อย่างกระชาย หากรับประทานเป็นอาหาร สามารถรับประทานได้ เพราะการประกอบอาหารไม่ได้ใช้จำนวนมาก แต่การรับประทานตามหลักก็ไม่ได้แนะนำให้บริโภคทุกวัน แม้แต่เป็นอาหาร ตามหลักโภชนาการก็ไม่แนะนำให้บริโภคอะไรประจำทุกวัน แต่ต้องบริโภคหลากหลาย ในส่วนของสมุนไพรหากรับประทานด้วยจุดประสงค์ทางยา หรือการบำรุงร่างกายควรต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัว หรือหากไม่ได้มีโรคประจำตัวก็ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนหลงเชื่อ เพราะข้อมูลทางไลน์ไม่ได้เชื่อได้หมด บางอย่างข้อมูลมาไม่ครบก็มี ทางที่ดีโทรมาปรึกษาที่กรมฯ ได้ ที่โทร. 0-2591-7007

“ไม่ว่าจะกระชาย มะรุม หรือสมุนไพรชนิดไหน การรับประทานต้องอยู่ภายใต้แพทย์ และแพทย์แผนไทยแนะนำ การมีข้อมูลผ่านโซเชียลฯ ไม่ใช่ว่าถูกต้อง ยิ่งผู้สูงอายุยิ่งต้องระวัง ส่วนกระชายในที่นี้ก็ไม่ใช่กระชายดำ ที่มีฤทธิ์ทางเพิ่งกำลังวังชา บำรุงร่างกาย ซึ่งผ่านการวิจัยพัฒนามีข้อมูลวิชาการ แต่ก็ไม่แนะนำให้รับประทานทุกวัน เพราะต้องกินแบบทิ้งช่วงด้วย มะรุมก็เช่นกัน ดังนั้น ไม่ว่าอะไรก็ต้องระมัดระวัง และปรึกษาแพทย์ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน หรือแพทย์แผนไทยจริงๆดีกว่า” อธิบดีฯ กล่าว

 

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon