กลุ่มเกษตรกรบ้านหนองระกำปลื้ม ได้ใช้ ‘น้ำบาดาล’ 3 ปี ปลดหนี้เกลี้ยง!

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน น.ส.จงจิตร์ นีรนาทเมธีกุล อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า บ้านหนองระกำ หมู่ 5 ต.เขาชายธง อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำในการเพาะปลูกของเกษตรกร เนื่องจากในอดีตต้องรอน้ำฟ้าในช่วงฤดูฝนเพียงอย่างเดียว และยังเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทานล้อมรอบด้วยภูเขา ทำให้พืชไร่ที่ปลูกไว้ยืนต้นตาย อาทิ อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง แต่เมื่อพื้นที่ดังกล่าวได้รับการสนับสนุนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง รูปแบบที่ 1 จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ในปี พ.ศ.2558 ทำให้พื้นที่การเกษตรดังกล่าวมีแหล่งน้ำบาดาลเพียงพอในการเพาะปลูกตลอดทั้งปี โดยสมาชิกกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำบาดาลนิยมเพาะปลูกพืชไร่แบบผสมผสาน อาทิ อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง ทานตะวัน กล้วย ไผ่หวาน มะขามเทศ มะเขือยาว มะนาว มะพร้าว และมะม่วง โดยผลผลิตดังกล่าวสามารถเก็บเกี่ยวจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี สร้างรายได้มั่นคงสม่ำเสมอให้แก่เกษตรกรทุกครัวเรือน นอกจากนี้กลุ่มเกษตรกรหลายรายยังสามารถปลดหนี้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและหนี้นอกระบบได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

“สำหรับยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้วางแนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยการสร้างความมั่นคงน้ำภาคการผลิตด้านเกษตรกรรม โดยได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลสำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรให้พี่น้องเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก รวมถึงพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทานซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำมาโดยตลอด ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 จนถึงปัจจุบัน

สำหรับพื้นที่บ้านหนองระกำ หมู่ 5 ต.เขาชายธง อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ ได้รับระบบกระจายน้ำบาดาล ประกอบด้วย บ่อน้ำบาดาล 2 บ่อ เครื่องสูบน้ำไฟฟ้าขนาด 3 แรงม้า ติดตั้งหอถังพักน้ำความจุ 30 ลูกบาศก์เมตร พร้อมวางท่อส่งน้ำรวมระยะทางเกือบ 4 กิโลเมตร สามารถกระจายน้ำบาดาลได้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 216 ไร่ ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำบาดาลกว่า 11 ราย สร้างรายได้เฉลี่ย 300,000-400,000 บาทต่อปี เพิ่มมากขึ้น 3-4 เท่าตัว” อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลกล่าว

ด้านนายสมควร เทพทรัพย์ ประธานสมาชิกกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำบาดาลบ้านหนองระกำ เปิดเผยว่า เมื่อก่อนพื้นที่ตรงนี้ต้องรอน้ำฟ้าน้ำฝนอย่างเดียว ปีไหนฝนแล้ง ป่าอ้อย ป่าข้าวโพดยืนต้นตาย เพราะขาดน้ำ ปีนั้นก็จะลงทุนเสียเปล่าต้องไถกลบทิ้งอย่างเดียว เกษตรกรเดือดร้อน ต้องไปหางานรับจ้างทำหรือไม่ก็เข้ากรุงเทพฯหางานอย่างอื่นทำ แต่เมื่อได้บ่อน้ำบาดาลมาก็ดีขึ้นมาก เพราะเรามีน้ำใช้ตลอดทั้งปี คิดจะปลูกอะไรก็ทำได้หมด ไม่เดือดร้อนเหมือนเมื่อก่อน รายได้มีมากขึ้น สามารถปลดหนี้ ธ.ก.ส.ได้หมดแล้ว อีกทั้งลูกหลานก็กลับมาช่วยกันทำเกษตรอยู่บ้านเรา ไม่ต้องไปทำงานที่อื่น

น.ส.จงจิตร์กล่าวเพิ่มเติมว่า หากประชาชนทั่วไป กลุ่มเกษตรกร หรือหน่วยงานท้องถิ่นมีความประสงค์ขอรับการสนับสนุนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองสื่อสารและการมีส่วนร่วม กรมทรัพยากรน้ำบาดาล โทรศัพท์ 0-2666-7000 หรือสายด่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม Green Call 1310 กด 4 ในวันและเวลาราชการ หรือติดต่อโดยตรง ณ สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 1-12 ทั่วประเทศ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เบลล่า’ ปลื้ม ช่อง 3 ใจป้ำมอบของขวัญสุดพิเศษให้ทีมบุพเพสันนิวาส ตั้งแต่นักแสดง ยันคนเขียนบท
บทความถัดไปบทนำ : บิดเบือนด้วยกม.