กทม.ทุบทิ้งสะพานข้ามแยก ณ ระนองเดิม ทุ่มงบ 1,345 ล้านบาท สร้างใหม่เดือน ส.ค.

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวภายหลังลงพื้นที่โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยก ณ ระนอง บริเวณตรงข้ามบริษัทล็อกซเล่ย์ เขตตลองเตย ว่า กทม.โดยสำนักการโยธามีโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยก ณ ระนอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายจราจรในถนนวงแหวนรัชดาภิเษกและถนนสายหลักต่อเนื่องถนนพระราม 3 โดยจะก่อสร้างสะพานข้ามแยก ณ ระนอง ขนาด 4 ช่องจราจร สองทิศทาง ความยาวประมาณ 1,950 เมตร (ม.) โดยการทุบทิ้งสะพานเดิมและสร้างสะพานข้ามแยกใหม่ เริ่มตั้งแต่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ข้ามไปโรงเรียนนนทรีวิทยา ขณะเดียวกันจะก่อสร้างสะพานข้ามแยก ณ ระนองในแนวถนนรัชดาภิเษก-สุนทรโกษา รูปแบบ 2 ช่องจราจร ทิศทางเดียว และก่อสร้างสะพานยกระดับข้ามถนนเชื้อเพลิง ขณะนี้ บริษัทที่ปรึกษาได้สำรวจศึกษาออกแบบโครงการเรียบร้อยแล้วและกทม.ได้ตัวผู้รับจ้างแล้ว ได้แก่ บริษัท สหการวิศวกร จำกัด ตามวิธีการประกวดราคาอิเล็คทรอนิกส์ หรือ อี-บิดดิ้ง แต่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการขั้นตอนตรวจสอบพื้นที่ตามกฎหมาย เนื่องจากการก่อสร้างจะต้องรื้อระบบสาธารณูปโภคโดยรอบออกทั้งหมด รวมถึงต้องขออนุญาตใช้พื้นที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระหว่างนี้บริษัทจะทำการรวบรวมข้อมูล เพื่อนำเข้าที่ประชุมในการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรค ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม

นายจักกพันธุ์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้น โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยก ณ ระนอง ใช้งบประมาณ 1,345 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 900 วันหรือประมาณ 3 ปี คาดจะลงนามสัญญาจ้างบริษัทได้ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ทั้งนี้ หากแล้วเสร็จจะช่วยให้โครงข่ายจราจรสมบูรณ์ แก้ไขปัญหาถนนที่มีลักษณะคอขวด ทั้งจุดตัดถนนสุนทรโกษา ถนนรัชดาภิเษกตัดกับถนนเชื้อเพลิงต่อเนื่องไปยังการจราจรโดยรอบจะดีขึ้น

“การก่อสร้างใช้เวลาประมาณ 3 ปี บริษัทผู้รับจ้างจะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ท้องที่ กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อจัดทำแผนจัดการจราจร เพราะถนนสายนี้มีการจราจรหนาแน่นและมีรถแล่นบนถนนตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ บริษัทผู้รับจ้างจะต้องลงสำรวจพื้นที่เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ทันทีและแล้วเสร็จภายในสัญญา โดยไม่มีข้ออ้างเกี่ยวกับอุปสรรคที่เกิดขึ้น” นายจักกพันธุ์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon