หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา อดีตผอ.สปาฟา ...

อดีตผอ.สปาฟา ชื่นชมสหรัฐแสดงจริยธรรมทางวิชาการ คืนโบราณวัตถุ”บ้านเชียง”

3.08.18 | 20:29 น.

สืบเนื่องกรณีสหรัฐฯ คืนโบราณวัตถุยุคก่อนประวัติศาสตร์ 12 ชิ้น จากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ให้แก่รัฐบาลไทย โดยก่อนหน้านี้อยู่ในความครองของสตรีชาวอเมริกันรายหนึ่งซึ่งแจ้งความประสงค์ส่งมอบคืน กระทั่งโบราณวัตถุทั้งหมดถูกจัดส่งมายังกระทรวงการต่างประเทศของไทย

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ศาสตราจารย์ดร.พิสิฐ เจริญวงศ์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคโบราณคดีและวิจิตรศิลป์แห่งองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SPAFA) และอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นตัวอย่างของการแสดงจริยธรรมทางวิชาการที่ดีมาก นอกจากนี้ จะถือเป็นตัวอย่างให้ประเทศอื่นๆดำเนินการเช่นนี้บ้าง ส่วนโบราณวัตถุที่ได้คืนมาควรจัดแสดงให้ประชาชนรับทราบถึงเรื่องราวทั้งหมด แม้ในเชิงวิชาการจะถือว่าความเสียหายได้เกิดขึ้นไปแล้ว เพราะเหลือแต่ตัวโบราณวัตถุ ไม่มีบันทึกเรื่องสิ่งแวดล้อมในการค้นพบ หรือบริบทที่จะช่วยวิเคราะห์ตีความทางโบราณคดี แต่การได้คืนมา ก็เป็นเรื่องที่ดี ควรนำโบราณวัตถุมาจัดแสดงให้เห็นว่าไทยได้รับของคืนมา และระบุข้อมูลด้วยว่าออกไปจากประเทศไทยได้อย่างไร ได้คืนมาอย่างไร ให้เป็นความรู้เชิงวิชาการ

“ต้องขอบคุณสหรัฐ ซึ่งปีนี้พยายามทำงานใหญ่ในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การศึกษาแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงเมื่อหลายสิบปีก่อนก็เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสหรัฐกับไทย ไม่มีอะไรแอบแฝง ในหนังสือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ คือ The Eagle and the Elephant ซึ่งตีพิมพ์มาแล้ว 2 ครั้ง ก็มีเรื่องบ้านเชียงด้วย

สาเหตุที่สหรัฐให้ความสำคัญกับบ้านเชียงมาก เนื่องจากหลังมีข่าวการพบโบราณวัตถุมากมายที่บ้านเชียง โดยเกิดการลักลอบขุดโบราณวัตถุไปขายจนเสียหายหนัก ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปที่บ้านเชียง เมื่อ พ.ศ.2515 ทรงมรพระราชปรารภด้วยความห่วงใย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการในยุคนั้นจึงทำหนังสือไปถึงเพื่อนชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นที่ปรึกษามูลนิธิฟอร์ด ว่า ว่ามีสถาบันการศึกษาในสหรัฐที่ไหนบ้างจะสนใจร่วมงานช่วยเหลือไทยในการศึกษาแหล่งโบราณคดีนี้ ปรากฏว่า พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย สนใจ เลยมาทำสัญญาที่เมืองไทย เกิดโครงการศึกษาขึ้น

การได้ของบ้านเชียงคืนมาในครั้งนี้ แม้ความเสียหายในด้านวิชาการเกิดขึ้นไปแล้ว เพราะบริบททางโบราณคดีหายไป เช่น พบของร่วมกับวัตถุอื่นๆหรือโครงกระดูกอย่างไร แต่อย่างน้อยก็ได้ของคืนมา นี่เป็นตัวอย่างของการแสดงจริยธรรมทางวิชาการที่ดีมาก เขาเต็มใจคืน จึงจะเป็นตัวอย่างให้ประเทศอื่นทำแบบนี้บ้าง” ศาสตราจารย์ดร.พิสิฐ กล่าว

Advertisement