เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่วัดพระยาทำวรวิหาร นายสถาพร เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการกองโบราณคดี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังนำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับชาวบ้านชุมชนวัดพระยาทำวรวิหาร เกี่ยวกับการเก็บรักษาโบราณวัตถุที่พบขณะทำการบูรณปฏิสังขรณ์หอระฆัง วัดพระยาทำวรวิหาร พร้อมบอร์ดจัดแสดงขั้นตอนการเก็บรักษาโบราณวัตถุขณะบูรณะหอระฆัง ว่า การลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับชาวบ้านครั้งนี้ เนื่องจากมีชาวบ้านสงสัยโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบ ทางกรมศิลปากรนำไปเก็บไว้ที่ใดบ้าง ทั้งนี้ชิ้นส่วนโบราณวัตถุที่เจอ เจ้าหน้าที่มีการค้นพบที่บริเวณที่เป็นฐานเดิม ปัจจุบันมีการก่อสร้างฐานครอบไว้อีกแล้ว การบูรณะให้เป็นสภาพปัจจุบันย่อมไม่เห็นฐานเดิมด้านใน ฉะนั้น ไม่เป็น ประโยชน์ที่จะนำเศษชิ้นส่วนเดิมไปติดไว้แล้วสร้างฐานคลุม ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงเก็บออกมาทั้งหมด โดยมีความเห็นว่า เป็นโบราณวัตถุสำคัญต้องนำมาจัดแสดงและสื่อความหมายให้ประชาชนได้ทราบว่า หอระฆังยุคแรกเคยมีฐานประดับเครื่องถ้วยลวดลายเหล่านี้ อยู่ที่หอระฆังแห่งนี้ด้วย ซึ่งดูจากชิ้นส่วนกระเบื้อง เครื่องถ้วยจีนน่าจะอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 2- รัชกาลที่ 3 ถือเป็นศิลปะที่ได้รับความนิยมยุคนั้น

“หากวัดพระยาทำวรวิหารมีความประสงค์จะนำโบราณวัตถุเหล่านี้จัดแสดงก็ทำได้ โดยกรมศิลปากรจะเป็นพี่เลี้ยง และแปะคืนให้เป็นรูปแบบเดิม เพราะกรมศิลปากรได้เก็บหลักฐานไว้หมดแล้ว ขณะที่ชิ้นไหนสำคัญมากและมีความสมบูรณ์ กรมศิลปากรจะขอขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุเพื่อเก็บรักษาไว้เป็นมรดกของชาติ โดยจะมีคณะกรรมการประเมินราคาอีกหนึ่งชุดทำหน้าที่นี้ เนื่องจากวัดเป็นเจ้าของ สำหรับชิ้นส่วนกระเบื้องที่พบแบ่งเป็น 9 กลุ่มใหญ่ จำนวนประมาณ 26 ถุง ในถุงมีชิ้นส่วนเล็กๆ น้อยๆ บรรจุอยู่ ชิ้นใหญ่มี 2 ชิ้น เป็นปูนปั้นชิ้นส่วนของนาค

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีข่าวว่าพบพระเครื่อง นายสถาพร กล่าวต่อว่า ยืนยันว่า ไม่พบพระเครื่อง เพราะจากการขุดค้นใต้ฐาน ซึ่งเป็นอาคารหอระฆังต่างจากเจดีย์ที่มีความสำคัญต่อวัด อาจมีกรุหรือห้องเก็บวัตถุทางศาสนา ทั้งพระ ของมีค่า แต่หอระฆังไม่พบการเก็บวัตถุเหล่านี้ ขอชี้แจงกรมศิลปากรได้จัดทำบัญชีประเภทโบราณวัตถุไว้อย่างชัดเจน โดยระบุตำแหน่งชิ้นส่วนกระเบื้องพร้อมให้เลขหมายไว้บนชิ้นส่วนกระเบื้องแต่ละชิ้น แยกเก็บหลักฐานตามตำแหน่งพื้นที่ที่พบ และได้เก็บรักษาโบราณวัตถุทั้งหมดไว้ตามหลักวิชาการอย่างละเอียด รอบคอบ และเคร่งครัด ทั้งนี้ กรมศิลปากรจะนำโบราณวัตถุทั้งหมดที่พบนี้เป็นต้นแบบของการบูรณะและจัดทำชิ้นส่วนใหม่กรณีที่มีการแตกสลายไป

นายสถาพร กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินการบูรณะโบราณสถานนี้ นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร สั่งตั้งทีมงานเพื่อวางแผนวิธีการบูรณะ ซึ่งหากมีความชัดเจนแล้ว อธิบดีกรมศิลปากร จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง






