เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่อุโบสถวัดเอี่ยมวรนุช เขตพระนคร กรุงเทพฯ นายบดินทร์ วัชโรบล ประชาชนชาวพุทธได้ร้องขอให้คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เข้าตรวจสอบวัดเอี่ยววรนุช จากกรณีที่มีเอกสารที่อ้างถึงกรณีการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และพาดหัวเอกสารว่า “รฟม. ยืนยันไม่เวนคืนวิหารและเจดีย์เก่าวัดเอี่ยมวรนุช ในโครงการรถไฟฟ้าสีม่วง” จากข้อสังเกตไม่มีเลขที่เอกสาร ไม่มีรูปแบบเอกสารทางราชการที่ถูกต้อง ซึ่งจากข้อสังเกต การขอเวนคืนจะต้องอยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 จากข้อเท็จจริง พ.ร.ฏ.เวนคืนรถไฟฟ้าสายสีม่วง “เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ”

โดยเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พ.ร.ฎ.กำหนดที่ดินที่จะเวนคืนในท้องที่เขตบางซื่อ เขตดุสิต เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตจอมทอง เขตราษฎร์บูรณะ เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ และอ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 2563 พ.ร.ฎ.ฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันถัดไปที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้มีผลบังคับใช้ 4 ปี โดยมอบให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นเจ้าหน้าที่ในการเวนคืน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพ.ร.ฎ.นี้ และกำหนดให้เริ่มต้นเข้าสำรวจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่จะเวนคืนตามพ.ร.ฎ.ฉบับนี้ภายใน 180 วันนับแต่วันที่พ.ร.ฎ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ตนในฐานะชาวพุทธและคนกรุงเทพฯ จึงไม่สบายใจที่ วัดที่มีอายุตั้งแต่ พ.ศ.2527 พูดง่ายๆ ว่ามีอายุเท่ากับกรุงรัตนโกสินทร์ บรรพบุรุษของไทยได้ฝากฝังเอาไว้ อาจต้องสูญสิ้นไป ทั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อ รฟม. และ พระพุทธศาสนา จึงอยากจะให้มีทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย
ในวันเดียวกันคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม นำโดย ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองประธานกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ดร.นพดล แก้วสุพัฒน์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม พระเมธีธรรมาจารย์ อนุกรรมาธิการฯ ดร.ณพลเดช มณีลังกา อนุกรรมาธิการฯ ว่าที่ร้อยตรี สิริชัย ตุลยสุข อนุกรรมาธิการฯ และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ

ดร.เพชรวรรต กล่าวว่า จากที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน และที่ผ่านมาก็ได้ติดตามข่าววัดเอี่ยมวรนุชอย่างใกล้ชิด จึงมีความเป็นห่วงสถานที่ซึ่งเป็นวัดในพระพุทธศาสนาที่มีอายุกว่า 250 ปี หากย้อนไปในอดีตบูรพมหากษัตริย์ไทยในอดีตทุกๆ พระองค์ รวมถึงประชาชนบรรพบุรุษชาวไทยพุทธได้ฝากศิลปวัฒนธรรมโดยผ่านวัดวาอารามเอาไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ง่ายๆ เพียงผ่านถาวรวัตถุ อีกทั้งวัดเอี่ยมวรนุชอยู่ในหัวเมืองชั้นใน หรือพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ในเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา จะมีกฎหมายเฉพาะที่รองรับไว้ ทั้งนี้การสร้างรถไฟใต้ดินสายสีม่วงมีกระบวนการอย่างไร
จนกระทั่งได้มีการตรากฎหมายมาถึงขั้นตราพ.ร.ฎ. ได้สอบถามกับเจ้าอาวาสวัดเอี่ยมวรนุช ถึงการได้ทำประชามติหรือไม่นั้น โดยเบื้องต้นเจ้าอาวาสไม่ได้ทราบถึงข้อมูลดังกล่าว มาทราบเอาอีกครั้งก็ตอนที่มีเจ้าหน้าที่ รฟม. มาพ่นสีจากถนนใหญ่ เข้ามา 4 เมตร โดยแจ้งต่อเจ้าอาวาสว่า จุดนี้คือที่ดินเพื่อจะเวนคืน ทั้งนี้ทั้งนั้นการเวนคืนบริเวณวัดเอี่ยมวรนุช จะเวนคืนเป็นรูปตัวแอล (L) ทำให้เสียพื้นที่ไปเป็นจำนวนมาก แน่นอนหากมีการตราเป็นกฎหมายไปแล้วหากถูกต้องก็หมายความว่าพื้นที่ที่เวนคืนนั้นวัดเอี่ยมวรนุชจะต้องเสียพื้นที่ไปตามกฎหมาย จะมาขอคืนมาเป็นวัดภายหลังนั้นไม่ได้ ทั้งนี้เข้ามาตรวจสอบพื้นที่เพื่อรับทราบข้อมูลเบื้องต้น ทั้งนี้จะนำเอาข้อมูลนำไปปรึกษาในชั้นกรรมาธิการ รวมถึงจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาชี้แจงในชั้นกรรมาธิการถึงขั้นตอนและกระบวนการ ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องการกฎหมายหรือไม่ เพื่อหาทางออกร่วมกันอันเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายและประเทศชาติต่อไป

