พศ.ส่งหนังสือแจ้งวัดทั้งในและต่างประเทศใช้ศัพท์ ‘โควิโท’ สวดไล่โควิด
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะโฆษก พศ. เปิดเผยว่า ตามที่ ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อเร็วๆ นี้ เห็นชอบใช้คำศัพท์ ว่า “โควิโท” เป็นชื่อโรคโควิด เป็นภาษาภาลี และอสาธารณนามนั้น ไม่ใช่ครั้งแรก โดยในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคระบาดต่าง ๆและคระสงฆ์มีการเจริญพระพุทธมนต์ บทรัตนสูตร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ประชาชน และความเป็นสิริมงคลต่อประเทศ ก็เคยมีการบัญญัติคำศัพท์ เฉพาะเกี่ยวกับโรคต่าง ๆที่ต้องนำมาใช้ในบทสวดมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของ กาฬโรค การระบาดของเชื้อไวรัสซาร์ส ไข้หวัดใหญ่สเปน หรือกระทั่งไข้หวัดนก ก็เคยมีการบัญญัติศัพท์เพื่อให้ในการสวดเจริญพระพุทธมนต์ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คระสงฆ์และฆราวาสใช้ศัพย์ในการสวดเจริญพระพุทธมนต์ไปในทิศทางเดียวกัน
นายสิปป์บวร กล่าวต่อว่า สำหรับการบัญญัติศัพท์ครั้งนี้ ได้มีการนำบทคาถาไล่โควิด มาเป็นบทเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อให้การใช้ศัพท์ โรคโควิด ในบทเจริญพระพุทธมนต์ ถูกต้องตามหลักภาษาบาลี และเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทย โดยเชื้อไวรัสโควิด เมื่อสะกดเป็นภาษาอังกฤษ COVID เมื่อนำมาเขียนเป็นภาษาบาลี ต้องแปลงอักษรเป็นภาโรมัน ที่ใช้เขียนเป็นภาษาบาลี และเป็นภาษาบาลีสากล โดยเปรียบเทียบกับภาษาอังกฤษ เปรียบเทียบกับตัวสะกดในภาษาไทย และเปรียบเทียบกับประกาศของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรื่องชื่อ และอาการสำคัญของโรคติดต่ออัตราย ฉบับที่ 3 พ.ศ.2563 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ว่า โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-1 ดังนั้นจึงบัญญัติศัพท์ ว่า “โควิโท”
“ศัพท์ดังกล่าวได้อาราธนาพระภิกษุ และเชิญบุคคลเข้าร่วมเข้าให้ความเห็น อย่างกว้างขวาง ก่อนมีมติบัญญัติศัพท์ เรียกเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า โควิโท เพื่อให้คณะสงฆ์ และฆราวาสใช้สวดบทเจริญพระพุทธมนต์ไปในทิศทางเดียวกัน เพราะที่บางแห่ง ใช้ “โควิโท” ขณะที่บางแห่ง ใช้ “โควิโต” จากนี้พศ.จะนำมติดังกล่าว ส่งให้วัดต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศได้รับทราบและปฏิบัติตามโดยทั่วกัน” นายสิปป์บวร กล่าว

