ตามที่ สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร อาพาธด้วยโรคมะเร็งถุงน้ำดี ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 จนถึงวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2565 เวลา 14.22 น. สมเด็จพระวันรัต ได้มรณภาพด้วยอาการสงบนั้น
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ในพิธีบำเพ็ญกุศลศพ สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) ปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีประชาชนทั่วไป ถวายน้ำสรงศพหน้าภาพถ่ายสมเด็จพระวันรัต ที่ห้องประชุม ชั้นที่ 1 อาคารสภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย โดยผู้เข้าร่วมพิธีทุกคนต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อย่างเคร่งครัด คือ จัดให้ประชาชนต่อแถว ทยอยเข้าห้องอย่างเป็นระเบียบและจัดให้มีการเว้นระยะห่าง
พระธรรมศากยวงศ์วิสุทธิ์ รองเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กล่าวว่า กำหนดวันนี้ 09.00 น. จะเปิดให้กรรมการมหาเถระสมาคม พระอนุวงค์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ถวายน้ำสรงศพสมเด็จพระวันรัต ที่ชั้น 2 อาคาร 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร ส่วนประชาชนทั่วไป ถวายน้ำสรงศพสมเด็จพระวันรัต หน้าภาพถ่าย ที่ห้องประชุม ชั้นที่ 1 อาคารสภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย โดยประชาชนสามารถถวายน้ำสรงศพ จากนั้นช่วงเย็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ
พระธรรมศากยวงศ์วิสุทธิ์กล่าวต่อว่า ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม เป็นต้นไป จะเปิดให้ประชาชน ถวายน้ำสรงศพสมเด็จพระวันรัต ที่ชั้น 2 อาคาร 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร และจะมีสวดพระอภิธรรมในเวลา 18.00 น. ทุกวันจนครบ 100 วัน ซึ่งจะมีทุกหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลืองาน
“สมเด็จพระวันรัต ได้สานต่องานสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร โดยเฉพาะการพัฒนาวัดบวรนิเวศวิหาร มีการสร้างอาคารมากมายที่เป็นประโยชน์ ในแง่ของการดูแลระเบียบวัดนั้น สมเด็จพระวันรัต เป็นผู้เคร่งครัดเอาจริงเอาจังในเรื่องกฎระเบียบเพื่อที่จะรักษาประเพณีโบราณของวัดไว้ ส่วนการเผยแพร่คำสอน สมเด็จพระวันรัต มีคำสอนที่แหลมคม และตรง ไม่ส่งเสริมความงมงาย ความเชื่อต่างๆ สอนโดยยึดหลักวิทยาศาสตร์ เช่น มีคนมาขอน้ำมนต์ สมเด็จพระวันรัตจะให้คำสอนว่าน้ำมนต์ไม่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ต้องนำน้ำคำ คือคำสอนของพระพุทธเจ้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นต้น” พระธรรมศากยวงศ์วิสุทธิ์ กล่าว
ด้าน ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ กรรมการมูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย และกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม กล่าวว่า ในฐานะเป็นศิษย์ ตนได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระวันรัต ให้สนองพระคุณในหน้าที่การงานเรื่องต่างๆ ตนอาลัยอย่างมาก จึงมาสรงน้ำเพื่อแสดงความอาลัย แสดงความเคารพเป็นครั้งสุดท้าย สมเด็จพระวันรัต ยึดหลักการทำงานเรื่องของความถูกต้อง ความเรียบร้อย และความรอบคอบในการทำงาน ซึ่งสมเด็จพระวันรัตประพฤติให้เห็นเป็นแบบอย่าง ซึ่งต่อไปตนก็จะน้อมนำมาใช้เป็นแนวทางในการทำงาน และการครองตนต่อไป
“สมเด็จพระวันรัต เป็นเถระชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นหลักของพระพุทธศาสนามาช้านาน จากที่ปมทำงานสนองสมเด็จพระวันรัต พบว่า สมเด็จพระวันรัตได้สร้างคุณูปการ วางรากฐานการศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้พระพุทธศาสนามีความยั่งยืนมากขึ้น” ศ.พิเศษ ธงทองกล่าว

