หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา วธ.-กองทัพเรื...

วธ.-กองทัพเรือ จับมืออนุรักษ์ทะเล ใช้ศิลปะเชื่อมธรรมชาติ

8.06.22 | 17:55 น.

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. นายโกวิท ผกามาศ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.)กล่าวเปิดโครงการ รวมพลัง “รักษ์ศิลปะ รักษ์วัฒนธรรม รักษ์ทะเล รักษ์สิ่งแวดล้อม” ว่า เนื่องในวันที่ 8 มิ.ย. เป็น วันทะเลโลก สศร.กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับ กองกิจการพลเรือน หน่วยนาวิกโยธิน กองทัพเรือ โรงเรียนสัตหีบ และชมรมศิลปะเด็กสัตหีบ(หอศิลป์ถิ่นนาวี) จัดโครงการรวมพลัง รักษ์ศิลปะ รักษ์วัฒนธรรม รักษ์ทะเล รักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงมีพระดำริในการอนุรักษ์แนวปะการังกัลปังหาสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย และทรงห่วงใยปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเลไทย โดยเฉพาะแนวปะการังในประเทศไทยซึ่งกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต พร้อมกันนี้ ได้น้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 มาสืบสาน รักษา ต่อยอด ให้ท้องทะเลไทยมีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อเป็นแหล่งทรัพยากรทางทะเลและมรดกอันล้ำค่าด้วย

นายโกวิท กล่าวต่อว่า ทั้งนี้นับเป็นการรวมพลังจัดกิจกรรมจิตอาสา เพื่อการ อนุรักษ์ และสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ผ่าน 4 กิจกรรม ได้แก่ 1.การปลูกปะการัง เพื่อการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล 2.การประกวดวาดภาพ ในหัวข้อ มหัศจรรย์สีสันใต้ทะเล 3.การสร้างสรรค์งานศิลปะบนถุงผ้า เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จำนวน 2 แห่ง ประกอบด้วยโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์และโรงพยาบาลเกียรติวงศ์ ได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า และ 4.การจัดแสดงผลงานศิลปะของเยาวชน ที่เข้าร่วมประกวดและผลงานศิลปะจากโครงการสื่อสีน้ำโลก รวมทั้งผลงานของหอศิลป์ถิ่นนาวี โดยกิจกรรมดังกล่าว เป็นการส่งเสริมความรู้ด้านศิลปะควบคู่การปลูกฝังแนวคิดการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล รวมทั้งส่งเสริมเยาวชนและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มีความตระหนักในการอนุรักษ์ทะเลให้สวยงามและอุดมสมบูรณ์ โดยใช้ศิลปะเป็นสะพานเชื่อมโยงการทำงานระหว่างคนกับธรรมชาติ


นาวาเอกวิษณุ จันศิริรัตน์ รองผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน หน่วยนาวิกโยธิน กองทัพเรือ กล่าวว่า เป็นเวลา 8 ปีแล้วที่ทางกองทัพเรือ ได้จัดกิจกรรมดำน้ำปลูกปะการัง เก็บขยะใต้ทะเล และตรวจวัดคุณภาพน้ำ เพื่อให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ล่าสุดได้ส่งนักประดาน้ำลงทำการตรวจวัดจำนวนปะการัง พบว่า มีปริมาณปะการังในอ่าวเพิ่มขึ้นกว่า 4,000 ตารางเมตร ซึ่งประโยชน์ของการเพิ่มจำนวนปะการัง จะช่วยให้ท้องทะเลอ่าวไทยมีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น