นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวในงานครบรอบ 70 ปี แห่งการสถาปนาหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ว่า ตนรู้สึกชื่นชมและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นความก้าวหน้าของกิจการด้านจดหมายเหตุของประเทศไทย ซึ่งได้มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านกระบวนการดำเนินงานและการให้บริการสู่ประชาชน เป็นที่ยอมรับในด้านวิชาการและการให้บริการมาโดยตลอด งานด้านจดหมายเหตุแห่งชาติเป็นอีกหนึ่งงานหลักของกรมศิลปากร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดเก็บรวบรวม รักษาไว้ซึ่งเอกสารสำคัญเอกสารประวัติศาสตร์ของชาติ นำไปสู่การให้บริการเผยแพร่ความรู้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากระบวนการดำเนินงานของสำนักจดหมายเหตุแห่งชาติประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศ เพื่อกิจการจดหมายเหตุและการให้บริการมาโดยตลอด ปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่สังคมดิจิทัล สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติจึงได้ปรับตัวและเตรียมความพร้อมเข้าสู่การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานและการให้บริการในรูปแบบรัฐบาลดิจิทัล อย่างทันท่วงที
อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า เนื่องในโอกาส 70 ปี หอจดหมายเหตุแห่งชาติ และขับเคลื่อนงานจดหมายเหตุอย่างเป็นรูปธรรม กรมศิลปากร จึงเปิดตัว 3โครงการใหม่ เพื่อพัฒนางานจดหมายเหตุ ของประเทศไทย ได้แก่ 1.โครงการ เพิ่มข้อมูล พูนค่าภาพ ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชน และนักวิชาการในสาขาต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการอ่านภาพเก่า ในหอจดหมายเหตุ เพื่อใช้เป็นข้อมูลเอกสารจดหมายเหตุ เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะต่อไป 2. การขึ้นทะเบียนเอกสารมรดกความทรงจำของประเทศไทย ซึ่งเป็นระบบที่ให้ประชาชน หน่วยงาน องค์กร โดยทั่วไป สามารถขอขึ้นทะเบียนเอกสารมรดกความทรงจำที่สำคัญของตนเอง และนำไปสู่การคัดเลือกเอกสารสำคัญ เพื่อขึ้นทะเบียนเป็น เอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลก 3. ระบบการขออนุมัติทำลายเอกสาร ซึ่งเป็นระบบที่หน่วยงานภาครัฐจะต้องจัดส่งข้อมูลเอกสารจดหมายเหตุเพื่อขอทำลายและเพื่อให้สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ สงวนเอกสารจดหมายเหตุ ซึ่ง ระบบนี้สามารถอำนวยความสะดวกให่แก่หน่วยงานภาครัฐในการจัดส่งเอกสารจดหมายเหตุในรูปแบบ อิเล็กทรอนิกส์ เช่นไฟล์ เอ็กเซล และสามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบเอกสารจดหมายเหตุในรูปแบบ API กับระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ได้อีกด้วย

