เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการ วธ. กล่าวตอนหนึ่งในการแถลงข่าวการจัดงานประเพณีลอยกระทง พ.ศ. 2565 “ลอยกระทงวิถีใหม่ ประเพณีไทย สู่ความยั่งยืน” ว่า ประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีที่สำคัญของคนไทยในฤดูน้ำหลาก เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ โดยเฉพาะสายน้ำที่ใช้ในการดำรงชีวิต เช่น แม่น้ำลำคลอง ประเพณีนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญา วิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทยอันงดงามที่ปรากฏในรูปแบบของพิธีกรรม การประดิษฐ์กระทง การประดับประทีปโคมไฟในยามค่ำคืนการแสดงมหรสพ และการละเล่นรื่นเริงต่างๆ ในปี 2565 นี้ วธ. โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้จัดทำแนวทางปฏิบัติในงานลอยกระทง ขอความร่วมมือองค์กร หน่วยงานต่างๆ จัดกิจกรรมตามแบบประเพณีนิยมของแต่ละท้องถิ่น ให้ใช้กระทงที่ย่อยสลายง่ายเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมรณรงค์ให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือน้ำสะอาด สบู่เหลวก่อนหรือหลังทำกิจกรรม เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19
นายอิทธิพลกล่าวต่อว่า ในด้านสถานที่จัดงานควรปรับพื้นที่ให้เหมาะสม กว้างขวาง ไม่แออัด รักษามาตรการเรื่องความปลอดภัย ทั้งการจราจรทางบกและทางน้ำ ดูแลบริเวณท่าน้ำให้มีความมั่นคง สะดวก และปลอดภัย ควรงดการจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มมึนเมา และห้ามการดื่มกินในบริเวณงานหรือใกล้เคียง งดการเล่นดอกไม้ไฟ พลุ หรือวัสดุที่ก่อให้เกิดอันตรายในที่สาธารณะหรือชุมชน ในส่วนมหรสพความรื่นเริง จัดการแสดงต่างๆ ทำได้ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะการจัดแสดงวัฒนธรรมของท้องถิ่น การแสดงพื้นบ้านการละเล่นพื้นบ้าน ที่จะทำให้เด็ก เยาวชน ประชาชนได้เห็นถึงมรดกภูมิปัญญาของไทย เพื่อเป็นการสร้างรายได้สู่ชุมชน และขอเชิญชวนให้ประชาชน “แต่งไทย ไปลอยกระทง” เพื่อร่วมกันส่งเสริมการใช้ผ้าไทย ผ้าท้องถิ่น เป็นการแสดงถึงเอกลักษณ์การแต่งกายของแต่ละท้องถิ่น จะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ อีกด้วย
รัฐมนตรีว่าการ วธ. กล่าวอีกว่า ขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชน รวมถึงทักท่องเที่ยว เข้าร่วมงานประเพณีลอยกระทงที่ วธ. จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสาน ประเพณีไทย สู่ความยั่งยืน” ตลาดวัฒนธรรมงานวัดย้อนยุค ที่วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ในวันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน 2565 มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การแสดงทางวัฒนธรรมการประกวดกระทงประเภทสวยงามและสร้างสรรค์ โดยมีรางวัลรวม 150,000 บาท การสาธิตอาหารคาวหวานการออกร้านสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมการจัดแสดงนิทรรศการข้อมูลองค์ความรู้คุณค่าสาระของประเพณีลอยกระทง และร่วมลอยกระทงอย่างปลอดภัย ผ่านสไลเดอร์บริเวณท่าน้ำวัดอรุณฯ นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีการจัดงาน “Bangkok River Festival 2022 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย ครั้งที่ 8” โดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งประชาชนสามารถเที่ยวชมร่วมกิจกรรมได้อย่างเต็มอิ่ม
นายอิทธิพลกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกิจกรรมในส่วนภูมิภาคทาง วธ.โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด
จะร่วมกับทางจังหวัดและเครือข่ายวัฒนธรรมในพื้นที่จัดกิจกรรมลอยกระทงเน้นคุณค่าสาระให้พี่น้องประชาชนได้สืบสาน อาทิ จังหวัดสุโขทัย จัดงานประเพณี “ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ” ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 8 พฤศจิกายน ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดร้อยเอ็ดจัดงาน “ประเพณีสมมาน้ำ คืนเพ็ง เส็งประทีป” ระหว่างวันที่ 7-8 พฤศจิกายน ที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ดและบึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดนครศรีธรรมราชจัดงาน “ศาลาน้ำ ท่าศาลา” วันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ท่าเทียบเรือศาลาน้ำ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นต้น
“ขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมงานประเพณีลอยกระทง เพื่อจะได้ร่วมกันรักษา สืบสาน ประเพณีลอยกระทง ให้คงคุณค่าความเป็นไทยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาประเพณีลอยกระทงอันเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้เป็น Soft Power เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศและขอให้พี่น้องชาวไทยทั้งหลายร่วมงานประเพณีลอยกระทงอย่างมีความสุข สนุกสนาน รื่นเริง เป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับชาวต่างชาติ ที่มาร่วมงานลอยกระทง ให้เกิดความประทับใจในประเพณีไทย และเห็นคุณค่าที่แท้จริงของประเพณีไทย ทั้งนี้ วธ. ได้รณรงค์ให้มีกระทงสี่ภาค ส่งเสริมการจ้างงานศิลปินพื้นบ้าน จัดแสดงศิลปวัฒนธรรม โดยภาพรวม วธ.คาดว่าประเพณีลอยกระทงปีนี้ จะมีเม็ดเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท เพราะเป็นประเพณีที่จัดทุกจังหวัด และจัดเต็มรูปแบบเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายแล้ว แต่ยังเน้นย้ำเรื่องการเว้นระยะห่าง จึงเชื่อว่าประเพณีลอยกระทงปีนี้จะมีความคึกคัก และตอบโจทย์รายได้ที่เกิดขึ้นจาก Soft Power เพราะประเพณีลอยกระทงของเรามีจุดขายไปทั่วโลกไม่แพ้เทศกาลสงกรานต์” นายอิทธิพลกล่าว

