หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา ผู้กำกับดัง เ...

ผู้กำกับดัง เอ่ยกลางเมืองคานส์ ‘คนไทยเบื่อหนังไทย’ ไร้มุมวิพากษ์สังคม ฝากรบ.ใหม่หนุนสร้างวัฒนธรรมท้าทาย

1.06.23 | 11:29 น.
แฟ้มภาพ จากเพจ Festival de Cannes

ผู้กำกับดัง เอ่ยกลางเมืองคานส์ ‘คนไทยเบื่อหนังไทย’ ไร้มุมวิพากษ์สังคม ฝากรบ.ใหม่หนุนสร้างวัฒนธรรมท้าทาย

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอาทิตย์ อัสสรัตน์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ขณะเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 76 ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเร็วๆนี้ ว่า หนังนอกกระแสอยู่ยากในสังคมไทย เพราะคนในวงการมีน้อย และรัฐสนับสนุนน้อย เพราะอาจจะยังไม่เห็นความสำคัญ ส่วนตัวมองว่ารัฐควรสนับสนุนเพิ่มเติมเพื่อให้หนังไทยไปได้ไกลมากกว่านี้ เปิดพื้นที่ให้คนเล่าเรื่องมากกว่านี้

“ตอนนี้คนไทยเบื่อหนังไทย เพราะหนังไทยมีแต่เรื่องซ้ำๆ เดิมๆ เป็นหนังตลก ฝันๆ แต่ยังมีหลายประเด็นที่หนังควรจะเล่าที่คนอยากรู้ เช่น หนังเกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชั่น หรือหนังที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับทหาร ตำรวจ แต่บ้านเรากลับไม่ทำหนังวิจารณ์สังคมเท่าไหร่ ทำให้มีแต่หนังตลก ซึ่งในความจริงหนังตลกก็ควรมี แต่ก็ควรที่จะมีหลากหลาย ประกอบกับนายทุนหนังก็ไม่กล้าลงทุน ทำให้ไทยเรามีหนังที่ไม่หลากหลาย คนเลยรอดูหนังผ่านทางสตรีมมิ่งอื่นๆ มากกว่า

ถ้าต้องการให้หนังไทยไปได้ไกลมากกว่านี้ คือ ต้องคิดใหม่ สร้างวัฒนธรรมที่ทำให้เรากล้าสร้างหนังที่ท้าทายสำหรับคนยุคนี้ คือ ทำหนังที่ทันยุค ทันสมัย ทันสถานการณ์ ดังนั้น ถ้าเราอยากให้คนดู กลับไปดูหนังในโรงหนังต้องสร้างหนังที่ทันกับกระแสสังคม เช่น ปัจจุบันคนในสังคมถกเถียงเรื่องอะไรกัน ก็ควรสร้างหนังให้ทันกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ไม่ใช้หยุดอยู่กับที่เหมือนที่ผ่านมา” นายอาทิตย์ กล่าว

ทั้งนี้ นายอาทิตย์ เดินทางไปยังเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง ‘ทองหล่อคิดส์’ ที่ได้รับการเข้าร่วม กิจกรรม Thai Film Pitching Project 2023 นำเสนอโครงการการสร้างภาพยนตร์เพื่อการร่วมลงทุน โดยภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นหนังนอกกระแสแนวตลกดราม่า ที่เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกสาวอายุ13 ที่อาศัยอยู่ย่านทองหล่อ พ่อกำลังจะมีแฟนใหม่ แต่ลูกรับไม่ได้ ต้องปรับตัวและรับความจริงว่าพ่อจะไม่กลับมาอยู่กับแม่แล้ว กล่าวคือเป็น Coming of age ของคนวัยกลางคนที่ต้องเติบโต จากเดิมที่พ่ออาจจะเป็นผู้ชายวัยกลางคนที่ทำตัวเป็นเด็ก แต่มาเจอเหตุการณ์ที่ทำให้ตัวเองเติบโตมากขึ้น เบื้องต้น หนังเรื่องนี้เป็นการร่วมทุนกับบริษัทในประเทศสิงค์โปร์ โดยจะต้องหาทุนให้ได้ประมาณ 15-16 ล้านบาท จากการมางานเทศกาลภาพยนต์เมืองคานส์ มีหลายประเทศสนใจ เช่น ญี่ปุ่น เป็นต้น

Advertisement

อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้จากบทความ ‘คนวงการหนัง…ประสานเสียง วอนรัฐดันซอฟต์ เพาเวอร์ไทยสู่สากล’ มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 2-8 มิถุนายน 2566.