เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า วธ. มอบรางวัลให้แก่ ผู้มีความรู้ความสามารถด้านภาษาไทย ได้แก่ ปูชนียบุคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย รางวัลเพชรในเพลง รางวัลส่งเสริมการใช้ภาษาไทย และรางวัลการประกวดสื่อสร้างสรรค์ หัวข้อ “มนต์รักษ์ภาษาไทย” เนื่องในวันที่ 29 กรกฎาคม ของทุกปีตรงกับวันภาษาไทย วธ. จึงดำเนินการจัดงานวันภาษาไทยแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อรณรงค์และกระตุ้นให้คนไทยรู้รักภาษาไทย ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของภาษาไทย อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการสร้างต้นแบบที่ดีในการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง เหมาะสมและภูมิใจในความเป็นไทย

ศ.กิตติคุณอัจฉรา ชีวพันธ์ ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ปี พ.ศ.2566 กล่าวว่า ตนมีความห่วงใยถึงการใช้ภาษาไทยในปัจจุบัน ซึ่งมีการใช้ภาษาค่อนข้างผิดเพี้ยนไปมาก ขาดการออกเสียงควบกล้ำ เช่น คำว่า เครียด ก็พูด เคียด ตนเคยถามนิสิตจุฬาฯ ว่า ทำไมไม่พูดให้ตรงตัวสะกด และได้รับคำตอบว่า ถ้าพูดให้มีคำควบกล้ำเพื่อนจะบอกว่าดัดจริต และกลัวจะเข้ากลุ่มไม่ได้ เพราะการเข้ากลุ่มต้องมีการบัญญัติศัพท์เฉพาะของกลุ่ม ในฐานะครูภาษาไทย ก็ต้องคอยสอดส่องดูแล การใช้ภาษาของคนทุกยุค พยายามตามให้ทันการเปลี่ยนแปลงของภาษา ที่มีการบัญญัติใหม่ให้มีความน่ารักก็มีมาก เช่น รถไฟฟ้าสายสีเหลือง เรียกว่า รถไฟฟ้าสายเก๊กฮวย แต่เมื่อบางคำก็บัญญัติแล้วเกิดความสูญเสียกับภาษาไทย เมื่อเห็นว่าไม่น่ารัก ก็ควรจะสะกิด ให้ใช้ให้ถูก และไม่ให้เกิดการนำไปใช้ การสื่อสารภาษาไทย ในหนึ่งคำมีหลายความหมาย จึงต้องดูบริบทของคำด้วย เราเป็นคนไทย การมีภาษาประจำชาติ มีภาษาของตนเอง เท่ากับว่า เป็นสิ่งที่แสดงถึงเอกราช เราควรมีความภาคภูมิใจให้มาก ขอฝากไปยังครูภาษาไทย ควรสอนให้เด็ก และเยาวชนเรียนรู้รู้จัก เข้าใจ ภาษาไทยอย่างเป็นรูปธรรมไม่ใช่แค่การจดจำ อีกทั้งต้องรักษา ส่งเสริม และสืบสานภาษาไทย ให้อยู่คู่ชาติไทย
“การใช้ภาษาในภาพยนตร์ ละคร ซีรีย์ ยุคนี้ มีการใช้คำหยาบคาย และใช้ภาษาไม่เหมาะสมมาก อยากฝากหน่วยงานที่ดูแล ต้องเพิ่มมาตรฐานการตรวจพิจารณา และจี้ให้ผู้ผลิต ปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์ให้เข้มข้น ไม่ควรใส่เกียร์ว่าง เพราะจะทำให้ภาษาไทยเสื่อมเสีย ผิดเพี้ยนไปได้” ศ.กิตติคุณอัจฉรา กล่าว

รศ.อิงอร สุพันธุ์วณิช ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ปี พ.ศ.2566 กล่าวว่า ตนเป็นครูภาษาไทยที่ค่อนข้างทันสมัย และก็รับได้กับการปรับเปลี่ยนภาษาไทยอย่างสร้างสรรค์ เพราะไม่ได้เป็นภาษาที่เชยตลอดชีวิต การใช้ภาษาใหม่ๆ บัญญัติศัพท์ใหม่ หรือ ศัพท์แสลง อาทิ คำว่า สู่ขิต ตุย ที่ให้ความหมายว่า ตาย สามารถนำมาใช้ได้ในภาษาพูดได้ แต่ไม่ควรนำมาใช้ในภาษาเขียน แต่ที่น่ากังกล คือ ภาษาที่ใช้สื่อสารในโลกออนไลน์ และภาษาของบุคคลสาธารณะในสื่อต่างๆ มักมีนำภาษาไทย มาใช้ร่วมกับคำหยาบคาย ถือเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างมาก เพราะภาษาแสดงให้เห็นถึงการอบรม จากพ่อแม่ เหล่าตระกูล สะท้อนมายังตัวผู้ใช้ หากใช้คำไม่เหมาสม ก็แปลว่า ไม่ได้รับการอบรม สั่งสอนจากพ่อแม่ ครอบครัว หรือ ผู้ปกครอง หรือ ได้รับการสอนมาแล้วผู้ใช้ไม่จดจำ และยังสะท้อนไปถึงวุฒิปัญญา ของผู้ใช้ภาษาด้วย ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ใช้ ต้องรู้จักกาล คือ ต้องรู้เวลา เทศะ คือ สถานที่และโอกาสในการใช้ในรูปแบบทางการหรือไม่เป็นทางการ และบุคคล คือ เราจะใช้กับใคร จึงฝากไปยังสื่อมวลชน พิธีกร ศิลปิน ดารา ควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้ภาษาไทย ให้แก่ผู้ชม ผู้ฟัง ควรพูดให้ชัดเจนถูกต้อง เหมาะสม น่าฟัง และอย่าลืมว่าการพูดอะไรออกมานั้น คำพูดจะมัดสมองของผู้ใช้


