นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ร่วมเปิดตัวศิลปินมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ไทยแลนด์เบียนนาเล่เชียงราย 2023 ระยะที่ 2 จำนวน 20 คน ประกอบด้วยศิลปินไทย และนานาประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฝรั่งเศส สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการจัดงานระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2566 ถึง 30 เมษายน 2567 ยืนยันว่า ได้มีการจัดแผนการทำงานอย่างเป็นระบบถือว่าสมบูรณ์แบบที่สุด แม้ก็สามารถดำเนินงานได้ต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ คาดหวังการจัดงานจะสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจได้มากกว่า 500 ล้านบาทของการจัดงาน อีกทั้งยังส่งเสริมการท่องเที่ยว แสดงถึงศักยภาพการจัดงานศิลปะระดับโลกของไทยสู่สายตาชาวโลก ซึ่งครั้งนี้มีศิลปินรวม 60 คนจาก 21 ประเทศ ประกอบด้วยศิลปินไทย 21 คน และศิลปินนานาชาติ 39 คน อยู่ระหว่างขั้นตอนการนำแบบร่างผลงานมาสร้างสรรค์ต่อไป

ด้านนางกฤติยา กาวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ กล่าวว่า ได้เตรียมพื้นที่จัดแสดงผลงานของศิลปินภายใต้แนวคิด เปิดโลก ในพื้นที่หลัก 2 พื้นที่ ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงรายกว่าร้อยละ 80 และอำเภอเชียงแสน ร้อยละ 20 รวมถึงการจัดแสดงทั้ง 18 อำเภอของศิลปินเชียงราย นอกจากนี้ยังมีการเปิดศาลาพาวิลเลี่ยน อีก 10 แห่ง รวมถึงกิจกรรมคู่ขนานตลอด 5 เดือน เช่น การเสวนาของศิลปิน ภัณฑารักษ์ และปราชญ์ท้องถิ่น การแสดงดนตรีชาติพันธุ์ การเปิดถนนศิลปะ และการเปิดบ้านศิลปินเชียงราย และแกลอรี่ด้านศิลปะในเชียงรายกว่า 80 แห่ง ขณะเดียวกันยังเตรียมความพร้อมจัดพิธีเปิดงานของทั้ง 18 อำเภอร่วมจัดขบวนแห่จัดกิจกรรมอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีการจัดแผนประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้คนในพื้นที่ ผู้ประกอบการทุกด้านร่วมกิจกรรม ดึงดูดนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของไทย
นายสุวิทย์ ใจป้อม ศิลปินเชียงรายจากขัวศิลปะ กล่าวว่า มหกรรมไทยแลนด์เบียนนาเล่เชียงราย ขัวศิลปะและเครือข่าย จะร่วมเปิดพาวิลเลียนสีน้ำนานาชาติ โดยมีศิลปินมากกว่า 15-20 ประเทศ เข้าร่วม ท้้งเอเชียและยุโรป จัดแสดงผลงานสีน้ำในธีม”The open world”ใช้พื้นที่ขัวศิลปะ

นายพานทอง แสงจันทร์ กลุ่มสล่าเมืองพาน กล่าวว่า ดีใจได้มีส่วนร่วมกับมหกรรมเชียงรายเบียนนาเล่ มีคนกล่าว เมืองพานเป็นเมืองผ่าน มีถนนเส้นหนึ่งกำลังจะตาย ตนและกลุ่มศิลปินเมืองพาน รวมถึงชาวเมืองพานจะสร้างผลงานศิลปะตลอดความยาว 3 กม. ของถนน เพื่อไม่ให้เป็นเมืองที่ผู้คนผ่านอีกต่อไป หลังมหกรรมจบลง ถนนสายนี้จะสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นต่อไป

