รมต.ปุ๋ง ติดตามแผนรับมือน้ำท่วมโบราณสถานมรดกโลกอยุธยา ยืนยัน มีแผนรับมืออย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจัดแผนการท่องเที่ยวนำเสนอในการประชุม ครม.สัญจร
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่วัดไชยวัฒนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา น.ส.สุดาวรรณ หวังศุกภิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) พร้อมด้วยนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัด วธ. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามแผนบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยรองน้ำสถานการณ์ช่วงน้ำยังพื้นที่โบราณสถานริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดย น.ส.สุดาวรรณกล่าวว่า จากที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องจึงห่วงใยพื้นที่โบราณสถานและแหล่งมรดกโลกที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากมีปริมาณฝนตกมากกว่าทุกปีและระดับน้ำค่อนข้างสูง อีกทั้งวัดไชยวัฒนารามเคยถูกน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ทั้งนี้จากการติดตามสถานการณ์และรับฟังแผนการบริหารจัดการน้ำโดยเฉพาะที่วัดไชยวัฒนาราม พบว่ามีความพร้อมทุกด้าน โดยกรมศิลปากรได้ติดตั้งแผงป้องกันน้ำท่วมที่สามารถยกตั้งขึ้นและพับเก็บได้เป็นแนวป้องกันน้ำท่วมมีความยาว 160 เมตร สูงจากผิวบนสุดของขอบตลิ่งประมาณ 1.80 เมตร และต่อความสูงเพิ่มได้ถึง 2.40 เมตร

รมว.วธ.กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการแนวกำแพงป้องกันน้ำถาวรก่อด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3469 เป็นแนวป้องกัน รวมถึงการจัดแผนรองรับยังพื้นที่โบราณสถานสำคัญในพื้นที่นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ที่มีความเสี่ยงตามแผนปฏิบัติการลดผลกระทบจากภัยพิบัติการอนุรักษ์และพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ปี 2566-2575 โดยร่วมกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทหาร และหน่วยงานท้องถิ่น จัดแนวทางป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ ยืนยันว่าจากความพร้อมดังกล่าวจะทำให้ไม่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมเช่นเดียวกับปี 2554 พร้อมกับสั่งการให้กรมศิลปากรติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกันนี้ยังได้ติดตามแผนการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเพื่อนำเสนอในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา วันที่ 19-20 ส.ค.โดยพบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ขณะที่ผู้ประกอบการอยากให้เปิดการท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่วัดไชยวัฒนารามอีกเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งปีนี้สร้างรายได้มากกว่า 80 ล้านบาท จึงมีแนวคิดจะเปิดการท่องเที่ยวยามค่ำอีกครั้งเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างรายได้แก่ชุมชนท้องถิ่น

“ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ยังได้ติดตามความคืบหน้าการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรม HIA ในการก่อสร้างรถไฟทางคู่ (รถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-หนองคาย ช่วงสถานีอยุธยา) ในเขตพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว) ซึ่งศูนย์มรดกโลกได้แสดงความกังวลและสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูง และขอให้มีการจัดทำรายงาน (HIA) ที่อาจมีต่อแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยมีกำหนดแล้วเสร็จก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อีกทั้งจะเชิญผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลกเดินทางลงพื้นที่ แหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และพื้นที่โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำการประเมินและลดผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลก ในช่วงเดือน ก.ย.นี้” น.ส.สุดาวรรณกล่าว


