หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา ระเบียบรัตน์ ...

ระเบียบรัตน์ ห่วงสังคม หวังธรรมะเข้าถึงลูกหลาน ย้อนเล่าเหตุโดนเผาพริกเผาเกลือ

11.08.24 | 13:47 น.

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่โรงแรมโซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ร่วมกับคณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, มูลนิธิวีระภุชงค์ , จังหวัดกระบี่, องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ จัดเสวนาธรรม ‘ธรรมวิชัยสู่ศตวรรษแห่งธรรม’

โดยในช่วงบ่าย มีการเสวนาหัวข้อ ‘กระบี่ ประตูอารยธรรมศักดิ์สิทธิ์ พญาภุชงค์นาคราช เชิดชูมหาราชแห่งธรรม’ โดย พระเมธีวรญาณ (สายเพขร วชิรเวที) รองเจ้าคณะภาค 10 คณบดีคณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ประธานคณะกรรมการบริหาร สถาบันโพธิคยาฯ ,ดร. สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ, นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่, นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ดำเนินรายการโดย นางสาวอันนา สุขสุกรี ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนท้าย ผู้ดำเนินรายการได้กล่าวเชิญ นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ภริยานายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แสดงความคิดเห็นหลังเข้าร่วมรับฟังตลอดเสวนา

นางระเบียบรัตน์ กล่าวว่า ตนเป็นคนต่างจังหวัดที่พ่อแม่สอนเรื่องธรรมะด้วยการพาเข้าวัด ทำบุญ ใส่บาตรทุกเช้า นี่คือสิ่งที่ได้รับการเน้นย้ำที่สุด ไม่ใช่ชื่อเสียงเกียรติยศ ในส่วนของตนนั้น เรียนวิขาหน้าที่ศีลธรรมตั้งแต่เด็ก ครูบอกว่าจะให้ 100% ก็ขอหักสักหน่อยหนึ่ง จิตใจใฝ่ด้านนี้มาตลอด เมื่อทำงานในสภา เป็นสมาชิกวุฒิสภา และมีโอกาสเรียนสตรีศึกษา ก็เลือกเรียนสตรีกับพุทธศาสนา ทำวิทยานิพนธ์ เกี่ยวกับการบวชภิกษุณีในประเทศไทย ตนถูกเผาพริกเผาเกลือ ถูกก่นด่ามากมายมหาศาล ที่จะเอาผู้หญิงเข้ามาในพื้นที่ศาสนาเคียงบ่าเคียงไหล่กับพระภิกษุสงฆ์

“ในฐานะนายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข ถ้าพ่อแม่ไม่มีศีลห้า คือคุณธรรม จะเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีในสังคมได้อย่างไร

Advertisement

ลูกในเวลานี้ พูดถึงพ่อแม่ในทางที่ไม่ซาบซึ้งเหมือนในยุครุ่นเราที่อายุ 60-70 ปี ดิฉันอายุ 74 ปีแล้วในตอนนี้ ก็เป็นห่วงสังคมมากๆ

ถ้าสังคมไทยมีธรรมะ มีการเผยแผ่พุทธศาสนาให้เข้าถึงลูกหลานเรามากๆ คงช่วยได้เยอะ” นางระเบียบรัตน์ กล่าว

นางระเบียบรัตน์ กล่าวต่อไปว่า วันนี้ชื่นใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ไม่เสียดายที่เกิดเป็นชาวพุทธ เคยมีโอกาสได้เดินทางไปยังดินแดนพุทธธรรม มีความปีติ น้ำตาไหลไม่รู้ตัว สิ่งที่สอนลูกเสมอคือ คนเราทำความดี ใครไม่เห็นก็ไม่เป็นไร แต่เรารู้ตัวว่าทำอะไรอยู่ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในสังคมก็คือ คนที่ทำชั่วแล้วไม่รู้ตัวว่าทำชั่ว ไม่คิดจะปรับปรุงตัวเอง เพราะฉะนั้นคำสอนอันประเสริฐของพระพุทธองค์ ถ้าใครมีในหัวใจ ก็ไม่ต้องแขวนพระ

“ระเบียบรัตน์ไม่เคยแขวนพระเลยในชีวิต แต่พุทธองค์อยู่ในหัวใจ ดิฉันสวดมนต์ทุกคืน อิติปิโส เจริญสมาธิ อธิษฐานจิตว่า ลูกขอฝากชีวิตไว้ใต้เบื้องพระยุคลบาทแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ลูกขอฝากชีวิตไว้ใต้บวรพระพุทธศาสนา ณ วันที่สังขารสูญสลายไปตามธรรมชาติ ขอให้ได้เฝ้าพระพุทธองค์ในแดนสุขาวดี ระเบียบรัตน์หวังสูงมาก แต่ยังทำคุณงามความดีได้ไม่ถึง ก็จะพยายามทำต่อไปจนกว่าลมหายใจสุดท้าย อย่างน้อยไม่เบียดเบียนใคร การเป็นผู้ให้สุขกว่าเป็นผู้รับ ถ้าร่ำรวยมหาศาลอยากให้มหาเศรษฐีทั้งหลายตั้งกองทุนทุกจังหวัด จังหวัดละ 100 ล้านช่วยคนยากไร้ คนด้อยโอกาส สังคมจะงดงามมากขึ้น

เวลานี้ สิ่งที่จะพึ่งพาได้ก็คือ คำสอนของพระพุทธองค์ที่ทำให้เราอยู่รอดปลอดภัยในสังคมที่สับสนวุ่นวาย แสวงหาผลประโยชน์มากมาย ” นางระเบียบรัตน์ กล่าว