หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา พศ.ขยับ สั่งส...

พศ.ขยับ สั่งสอบเอกสาร พระ ว. จริงหรือเท็จ หลังพาดพิง หนุ่มกรรชัย ทำชาวพุทธไม่สบายใจ

18.10.24 | 12:09 น.
พศ.ขยับ สั่งสอบเอกสาร พระ ว. จริงหรือเท็จ หลังพาดพิง หนุ่มกรรชัย ทำชาวพุทธไม่สายใจ
พศ.ขยับ สั่งสอบเอกสาร พระ ว. จริงหรือเท็จ หลังพาดพิง หนุ่มกรรชัย ทำชาวพุทธไม่สายใจ

พศ.ขยับ สั่งสอบเอกสาร พระ ว. จริงหรือเท็จ หลังพาดพิง หนุ่มกรรชัย ทำชาวพุทธไม่สบายใจ

จากกรณีพระเมธีวชิโรดม หรือ ว.วชิรเมธี พระนักเทศน์ชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชี้แจงถึงเรื่องการไปกิจนิมนต์ที่บริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด และตอบโต้ หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรรายการโหนกระแส ก่อนจะลบโพสต์ดังกล่าวออกไปนั้น

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นายบุญเชิด กิตติธรางกูร รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า ในเอกสารที่ ว.วชิรเมธี โพสต์ พศ.ยังไม่ขอยืนยันว่าเป็นเอกสารจริงที่ ว.วชิรเมธี จัดทำขึ้นมาเองหรือไม่ ซึ่งในเอกสารหน้าแรกจะเป็นการอธิบายและชี้แจงกรณีที่เป็นกระแสสังคมของบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด ทั้งหมด 6 ข้อ โดยเป็นเรื่องปกติที่พระควรจะออกมาชี้แจงหลังจากสังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

นายบุญเชิดกล่าวต่อว่า หน้าที่ของ พศ.คือการทำหนังสือลงนามเพื่อประสานไปยัง เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย และผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) เชียงราย ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเอกสารที่โพสต์เป็นเอกสารที่ ว.วชิรเมธี จัดทำขึ้นจริงหรือไม่ เพราะมีการกล่าวพาดพิงนายกรรชัย กำเนิดพลอย ซึ่งเป็นบุคคลที่ 3 ในเอกสารหน้าที่ 2

โดยส่วนนี้อาจจะทำให้พุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใสเกิดความไม่สบายใจได้ เนื่องจากพระสงฆ์ย่อมอนุเคราะห์คฤหัสถ์ ในฐานะที่เป็นทิศเบื้องบน ตามหลักปฏิบัติดังนี้

1.ห้ามปราม สอนให้เว้นจากความชั่ว
2.แนะนำสั่งสอนให้ตั้งอยู่ในความดี
3.อนุเคราะห์ด้วยความปรารถนาดี
4.ให้ได้ฟังได้รู้สิ่งที่ยังไม่เคยรู้ไม่เคยฟัง
5.ชี้แจงอธิบายทำสิ่งที่เคยฟังแล้วให้เข้าใจแจ่มแจ้ง
6.บอกทางสวรรค์ สอนวิธีดำเนินชีวิตให้มีความสุขความเจริญ

Advertisement

“การที่พระไปกล่าวพาดพิงถึงบุคคลที่ 3 อาจจะเลยเถิดไปจากคำว่าสมณะ เพราะสมณะจะต้องมีคุณสมบัติ 3 อย่าง คือ 1.สงบกาย 2.สงบวาจา 3.สงบใจ

ประเด็นที่เกิดขึ้นหากเป็นเอกสารที่ ว.วชิรเมธี จัดทำขึ้นมาเองจริงๆ ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลใจแทนพระรูปนี้ และผมเองมองว่าเป็นการไม่เหมาะสม พศ.จึงได้ขอความอนุเคราะห์ไปยังเจ้าคณะจังหวัดเชียงรายที่เป็นผู้บังคับบัญชาของ ว.วชิรเมธี โดยตรงเพื่อให้พิจารณาตามความเหมาะสมและระเบียบมหาเถรสมาคม (มส.) ว่าด้วยการปกครองสงฆ์ โดยในส่วนของการผิดวินัยสงฆ์ ทางเจ้าคณะจังหวัดเชียงรายอาจจะมีการว่ากล่าวตักเตือน หากเป็นเอกสารที่จัดทำขึ้นจริง แต่ในส่วนของบุคคลที่ 3 ที่ถูกพาดพิง ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคลกับ ว.วชิรเมธี” นายบุญเชิดกล่าว

นายบุญเชิดกล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่ปรากฏคลิปและภาพของ ว.วชิรเมธี รับกิจนิมนต์เข้าไปแสดงธรรมเทศนาที่บริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด และทางบริษัทมีการถวายเงินให้ 1 ล้านบาทนั้น ในตอนนี้ พศ.ได้ส่งเอกสารบทเทศน์ไปให้ทางเจ้าคณะจังหวัดเชียงรายเพื่อให้พิจารณาแล้วส่วนหนึ่งตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม

เนื่องจากว่า ว.วชิรเมธี เป็นพระสังฆาธิการ จึงต้องส่งเรื่องให้เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ในระดับที่ใกล้ชิดได้โปรดทราบในชั้นต้นเพื่อพิจารณาตามความเหมาะสม โดยในส่วนของ พศ.เองจะไม่ได้เข้าไปสอบสวนแต่อย่างใด เนื่องจากเรื่องของพระสงฆ์ โดยเฉพาะพระสังฆาธิการ พศ.จะมีหน้าที่ในการสนองงานเพียงเท่านั้น ซึ่งหากเจ้าคณะจังหวัดมีความต้องการให้ พศ.เข้าไปสนับสนุนในเรื่องกฎหมาย หรือข้อเท็จจริง พศ.ก็จะเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ถ้าเจ้าคณะจังหวัดพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อประเด็นดังกล่าวไม่มีความประสงค์ต้องให้ พศ.เข้าไปช่วยเหลือ พศ.ก็จะรอคำชี้แจงจากเจ้าคณะจังหวัดต่อไป

“การที่พระสงฆ์จะรับกิจนิมนต์ตามที่พุทธศาสนิกชนมานิมนต์นั้นไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด แต่ควรจะพึงระวังในส่วนของคำพูดในการเทศนา และควรจะอยู่ในหลักธรรมคำสอนที่พระพุทธเจ้าทรงเผยแผ่ไว้ ซึ่งบทเทศน์ในชั้นต้นที่ ว.วชิรเมธี ได้กล่าวไปนั้นคือเรื่องของ หัวใจเศรษฐี ซึ่งถูกต้องตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ส่วนการพูดในประเด็นอื่นๆ ผมขอไม่ก้าวล่วงในส่วนนั้น เพราะ ว.วชิรเมธี ได้ออกมาชี้แจงต่อสาธารณชนไปแล้วว่ามีเจตนาอย่างไรในการเทศนา” นายบุญเชิดกล่าว