หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา รายงาน : บูรณ...

รายงาน : บูรณะวัดไชยวัฒนาราม อนุรักษ์มรดกโลกทรงคุณค่า

23.11.24 | 14:13 น.

บูรณะวัดไชยวัฒนาราม อนุรักษ์มรดกโลกทรงคุณค่า

วัดไชยวัฒนาราม โบราณสถานสำคัญในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เต็มไปด้วยร่องรอยทางประวัติศาตร์ และเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ที่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลกในชื่อ “นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา”


ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ สร้างรายได้จำนวนมาก กระทั่งเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ปี 2554 สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง รวมถึงวัดไชยวัฒนาราม ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง โบราณสถานเกิดการสึกกร่อน จึงเกิดเป็นโครงการฟื้นฟูบูรณะวัดไชยวัฒนาราม ภายใต้กองทุนเอกอัครราชทูตเพื่อการอนุรักษ์วัฒนธรรม (AFCP) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา กรมศิลปากร และกองทุนโบราณสถานโลก (WMF) ดำเนินการฟื้นฟูตั้งแต่ปี 2555-2567

ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เป็นเงินกว่า 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ครอบคลุมทั้งการศึกษาพื้นที่รอบวัดเพื่อจัดทำแผนการจัดการน้ำ การออกแบบกำแพงป้องกันน้ำท่วมทางทิศใต้ การสำรวจและบูรณะเมรุทิศและเมรุราย 4 องค์ ระเบียงคดช่วงเมรุทิศ จิตรกรรมฝาผนัง พระพุทธรูปทรงเครื่องประจำเมรุทิศและเมรุราย รวมถึงการปรับปรุงทางเข้าศาลาให้ความรู้ซึ่งจัดแสดงหุ่นจำลองแบบสันนิษฐานวัดไชยวัฒนาราม เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลด้วยการสร้างทางลาดสำหรับผู้พิการและโมเดลสำริดสำหรับผู้พิการทางสายตา รวมระยะเวลาดำเนินการกว่า 12 ปี

Advertisement

โดย นายโรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการฟื้นฟูวัดไชยวัฒนารามมีการประเมินและซ่อมแซมความเสียหาย ตลอดจนการรับมือกับปัญหาน้ำท่วมตามฤดูกาล เพื่อช่วยลดความเสี่ยง มีการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติตามธรรมชาติ และภัยพิบัติที่เกิดด้วยน้ำมือของมนุษย์ รวมถึงช่วยเยียวยาชุมชนและสถานที่โดยรอบที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อคงคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมให้ยั่งยืน

“มรดกทางวัฒนธรรมนั้นช่วยเติมความหมายให้กับชีวิต แม้ว่าโครงการฟื้นฟูวัดไชยวัฒนารามได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่หวังว่าจะได้ร่วมมือเพื่อบรรลุเป้าหมายในการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมสำหรับคนรุ่นหลัง” นายโรเบิร์ตกล่าว

นายอานันท์ วัฒนธรรม นักโบราณคดี อธิบายว่า การบูรณะครั้งนี้ไม่ได้เป็นการสร้างหรือต่อเติมให้วัดไชยวัฒนารามกลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เหมือนใหม่ แต่เป็นการรักษาสภาพเดิมของสถานที่ในแบบที่เป็นอยู่ ฟื้นฟู บูรณะเพื่อเสริมความแข็งแรงของโครงสร้าง คงความเป็นโบราณสถานของวัดไชยวัฒนารามไว้

ขณะที่ นายนพสินธุ์ ชัยปาริฉัตร์ สถาปนิก บอกว่า จุดประสงค์หลักอีกข้อ ในการบูรณะวัดไชยวัฒนาราม คือการทำให้สถานที่แห่งนี้สามารถกันน้ำได้ ตั้งแต่ช่วงแรกของโครงการ มีการดูแลเกี่ยวกับระบบการระบายน้ำเมื่อเกิดน้ำท่วมขัง เพื่อให้น้ำสามารถระบายออกจากโบราณสถานให้รวดเร็ว และเสริมปูนสูตรใหม่ ไร้ซีเมนต์เข้าไปในบริเวณต่างๆ เพื่อป้องกันน้ำขัง เช่น ตามร่องอิฐ จุดที่ปูนมีการผุกร่อนจนกลวง หรือภายนอก บางจุดก็ได้มีการใช้ปูนเพื่อคงสภาพโบราณสถานด้วยเทคนิคการจับขอบ ซึ่งมีการประมวลผลภาพพื้นฐานสำหรับการระบุและระบุตำแหน่งของวัตถุ โดยฉาบปูนเสริมให้มีความลาดเอียง เมื่อฝนตก น้ำก็จะไหลลงสู่ด้านล่าง ไม่ขังนองอยู่บนผิวของโบราณสถานเป็นเวลานาน

*การบูรณะเมรุทิศ* เริ่มต้นที่เมรุทิศด้านใต้ ที่มีภาพจิตรกรรมเก่าลวดลายพรรณพฤกษาอายุ 400 ปี หลงเหลือมากที่สุดบนผนังด้านตรงข้ามของพระพุทธรูปทรงเครื่อง จิตรกรรมเหล่านี้อนุรักษ์ด้วยการทำความสะอาดซ่อมแซมให้กลับมาแข็งแรง ไม่มีการเขียนซ่อมต่อเติม พระพุทธรูปทรงเครื่อง ซึ่งเชื่อมโยงความต้องการเป็นเทวราชาของพระเจ้าปราสาททองก็ทำความสะอาด ใช้สีน้ำเพื่อการอนุรักษ์ ขณะที่ดาวเพดานซึ่งเป็นงานไม้ เติมไม้ใหม่เพื่อปิดช่องป้องกันนกและค้างคาวมาอาศัย รวมถึงเพิ่มประตูกันนกออกแบบตามเส้นรอบรูปของซุ้มโค้งที่กลมกลืนกับสถาปัตยกรรมเดิม เป็นงานติดตั้งกึ่งถาวร ในส่วนการบูรณะระเบียงคด ทางเดินยาว ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปกว่า 120 องค์ ก็ทำความสะอาด กรณีพบเศษชิ้นส่วนที่ประกอบได้ นำมาก่อประกอบเข้ากับพระพุทธรูปที่มีอยู่ รักษาวัสดุดั้งเดิม

โครงการฟื้นฟูบูรณะวัดไชยวัฒนารามครั้งนี้นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญ ในการอนุรักษ์มรดกโลกอันทรงคุณค่าของคนไทยและชาวโลก

ฐิติกานต์ แสงบุญ