มีอะไรในแคปซูล ‘ศตวรรษแห่งธรรม’ นับถอยหลัง 234 ปี นัดเปิด พ.ศ. 2801 ทั้งไทย-อินเดีย
จบลงแล้วอย่างงดงาม สำหรับ การประกาศ ศตวรรษแห่งธรรม โดย สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 และเครือข่าย เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนนานาชาติ อีกทั้งพันธมิตรทั้งอินเดียและไทย ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย สถานที่ตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ในการนี้ มีการบรรจุ ปฏิญญาศตวรรษแห่งธรรม ลงในแคปซูลใสทำจากอะคริลิก โดยกำหนดเปิดพร้อมกันในอีก ใน 234 ปีข้างหน้า คือ พ.ศ.2801
แห่ขบวนมาจากวัดไทยพุทธคยา ภายใต้โครงการ ‘ธรรมยาตรา ครั้งที่ 4 ลุ่มน้ำโขงสู่มหานทีคงคา ประกาศศตวรรษแห่งธรรม ณ แดนพุทธภูมิ’
แคปซูลดังกล่าว จะมีการฝังลงบนผืนดิน ทั้งอินเดียและไทย รวม 3 แห่ง ได้แก่ 1. ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ วัดมหาโพธิ พุทธคยา รัฐพิหาร สถานที่ตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 2. วัดนากา รัฐคุชราต บ้านเกิดของนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอินเดีย 3.วัดมหาธาตุยุวราษฎร์รังสฤษดิ์ฯ กรุงเทพฯ

ปฏิญญาดังกล่าว เขียนเป็นภาษาอังกฤษ บนผืนผ้า 2 ด้าน ม้วนด้วยแกนไม้ กล่าวถึงพลังศรัทธาอย่างยิ่งในพระรัตนตรัย สู่การประกาศปฏิญญาว่าด้วยศตวรรษแห่งธรรม ยืนยันความสำคัญการปกปักรักษาและเผยแผ่พระธรรมองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมถึงหลักธรรมทุกศาสนาที่ต่างก็มีคำสอนร่วมกันในการส่งเสริมการทำความดีเพื่อนำพาสันติสุขสู่มวลมนุษยชาติในวันนี้และอนาคต
ลงนามโดย ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980
เนื้อหาฉบับเต็ม เมื่อแปลเป็นภาษาไทย มีใจความดังนี้
จดหมายถึงท่านผู้อ่านในอนาคต จาก ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980, อินเดีย-ไทย
เรื่อง พลังศรัทธาอย่างยิ่งในพระรัตนตรัย สู่การประกาศ “ปฏิญญาว่าด้วยศตวรรษแห่งธรรม” ยืนยันความสำคัญการปกปักรักษาและเผยแผ่พระธรรมองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมถึงหลักธรรมทุกศาสนาที่ต่างก็มีคำสอนร่วมกันในการส่งเสริมการทำความดี เพื่อนำพาสันติสุขสู่มวลมนุษยชาติในวันนี้และอนาคต
บรรจุไว้ในไทม์แคปซูล 3 แห่ง คือ ที่ประเทศอินเดีย 2 แห่ง ได้แก่ เมืองคยา แดนตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณ และเมืองคุชราต บ้านเกิดนายกรัฐมนตรีนเรนทา โมดี และ ประเทศไทย 1 แห่ง คือ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร
วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2567
กราบนมัสการ และ เรียน ท่านผู้อ่านมาด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เขียนจดหมายฉบับนี้ ถึงท่านผู้อ่านที่อาจจะอยู่ในอนาคต ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2801 เป็นต้นไป เพื่อรับทราบเรื่องราวในอดีตกาล เมื่อปีพุทธศักราช 2567 อันเป็นวาระสำคัญทางประวัติศาสตร์ในโลกพระพุทธศาสนา ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของกลุ่มพุทธบริษัทนานาชาติ ผู้มีใจเป็นหนึ่งเดียวกัน คือ ความศรัทธาอันแรงกล้า เดินทางมาร่วมสามัคคีเผยแผ่พระพุทธศาสนาและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในพิธีประกาศ “ปฏิญญาว่าด้วยศตวรรษแห่งธรรม” ภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย ในวันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2567 และพิธีบรรจุคำกล่าว ปฏิญญาว่าด้วยศตวรรษแห่งธรรม รวมทั้งจดหมายถึงท่านผู้อ่านในอนาคต ไว้ใน Time Capsule หรือ แคปซูลกาลเวลา ซึ่งจะบันทึกเรื่องราวการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และความร่วมมือระหว่างอินเดียแดนกำเนิดพระพุทธศาสนา และประเทศไทยแดนพระพุทธศาสนาประดิษฐานตั้งอยู่อย่างมั่นคง สองประเทศผู้เป็นกัลยาณมิตร ในการส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมมาตั้งแต่ประมาณพุทธศักราช 234 สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ส่งสมณทูตมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในแผ่นดินสุวรรณภูมิกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง

ท่านผู้อ่านในอนาคต เพื่อให้ได้ทราบถึงเรื่องราวความสำคัญที่พวกเราต้องการส่งต่อไปยังท่าน ผ่านพิธีการประกาศ “ปฏิญญาว่าด้วยศตวรรษแห่งธรรม” (Declaration on Dhamma Century) ซึ่งมีพื้นฐานมาจากวิสัยทัศน์ “ศตวรรษแห่งเอเชียด้วยหลักธรรม” ของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แห่งสาธารณรัฐอินเดียที่กล่าวไว้เมื่อปี พุทธศักราช 2558 ว่า “ศตวรรษที่ 21” คือ “ศตวรรษแห่งเอเชีย” แต่จะเป็น“ศตวรรษแห่งเอเชีย” ไม่ได้ ถ้าไม่มี“พุทธศาสนา” เป็นจุดเชื่อมโยงประเทศต่างๆ ไว้ด้วยกัน
ข้าพเจ้าในฐานะผู้ประกาศ “ปฏิญญาว่าด้วยศตวรรษแห่งธรรม” ขออนุญาตเล่าเรื่องที่มาจากพุทธบริษัทที่มีหัวใจรักในพระพุทธศาสนา และมีศรัทธาตั้งมั่นอย่างยิ่งในพระรัตนตรัย ยังผลให้เกิดความร่วมมือทุกมิติกับองค์กรภาคีทั้งอินเดียและไทย รวมทั้งนักวิชาการทางพระพุทธศาสนา จากภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและคงคามหานที
การประกาศ “ปฏิญญาว่าด้วยศตวรรษแห่งธรรม” “ศตวรรษใหม่แห่งสันติภาพ” มีจุดมุ่งหมายอันยิ่งใหญ่ คือ หวังให้มนุษยชาติ พ้นจากทุกข์และมีความสุข ด้วยการปฏิบัติตามธรรม นั้น เริ่มก่อตัวขึ้นในปีพุทธศักราช 2550 เมื่อข้าพเจ้าบวชเป็นพระภิกษุภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่วัดไทยพุทธคยา เมืองคยา ประเทศอินเดีย ในขณะนั่งสมาธิใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ได้เกิดนิมิตประหนึ่งบอกว่าให้ข้าพเจ้าสร้างกองทัพธรรม ประกอบกับการบวชและจาริกไปในแดนสังเวชนียสถานในครั้งนั้น ทำให้ข้าพเจ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ เกิดมีดวงตาเห็นคุณประโยชน์อันใหญ่หลวงของพระพุทธศาสนาทั้งต่อตนเองและมวลมนุษยชาติ

ข้าพเจ้าและท่านอื่นๆ ที่บวชด้วยกันในครั้งนั้น ได้เห็นในพ้องต้องกัน จึงได้ร่วมกันก่อตั้งสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 เพื่อหนุนเสริมการเผยแผ่และปกป้องพระพุทธศาสนา ด้วยการขับเคลื่อนผ่านสถาบันฯ โดยใช้นโยบาย “พุทธพลิกโลก” คือ รณรงค์การศึกษาและนำความรู้ของพระพุทธเจ้า มาปรับใช้ในการแก้ปัญหาในทุกภาคส่วน และเคลื่อนพระธรรมคำสอนไปยังหลายประเทศในดินแดนสุวรรณภูมิ โดยจัดโครงการธรรมยาตราในประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง มาอย่างต่อเนื่อง
ท่านผู้อ่านในอนาคต เรื่องราวการทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา เดินทางมาถึงปีพุทธศักราช 2566 จุดที่ข้าพเจ้านับเป็นจุดสำคัญที่สุดในการสร้างศตวรรษแห่งธรรม นั่นคือ การที่ข้าพเจ้ากับนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รองเลขาธิการ สถานบันฯ ปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แห่งประเทศไทย ได้มาพบกับ
Mr. Nagesh Singh, Ambassador of India to the Kingdom of Thailand และ Mr. Kesang Wangdi, First Secretary (consular) สถานทูตอินเดียประจำประเทศไทย พวกเรามีแนวคิดเหมือนกัน คือ ศรัทธาเชื่อมั่นว่า หลักพุทธธรรมองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมถึงหลักธรรมทุกศาสนา จะนำพาสันติสุขสู่มวลมนุษยชาติในวันนี้และอนาคตได้จริง จากนั้น “ศตวรรษแห่งเอเชีย” ก็ขยายผลิดอกออกผลเป็น”ศตวรรษแห่งธรรม” ซึ่งจะเป็นจุดเชื่อมโยงประเทศต่างๆ ไว้ด้วยกัน
ในปี พุทธศักราช 2567 สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ได้ร่วมกับรัฐบาลอินเดียและรัฐบาลไทย จัดงานธรรมยาตราอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ เสด็จพร้อมพระอรหันตธาตุของพระอัครสาวก พระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ มาประดิษฐานชั่วคราว ใน 4 จังหวัดของประเทศไทย โดยมีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมสักการะประมาณ 5 ล้านคน นับเป็นช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในการรวมชาวพุทธที่มีจำนวนมากที่สุดในยุคปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาอันลึกซึ้งต่อพระรัตนตรัย และความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมของชาวพุทธที่มีร่วมกันระหว่างอินเดีย-ไทย ตลอดทั่วทั้งอนุภูมิภาค ยังให้เกิดความปีติสุขอันยิ่งใหญ่

จวบจนปลายปี พุทธศักราช 2567 สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย980 ร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรสำคัญของอินเดีย ศรีลังกา และไทย ประกอบด้วย Vivekananda International Foundation, India (VIF), International Center for Cultural Studies, India (ICCS) , International Buddhist Confederation (IBC) , The Light of Buddhadharma Foundation International (LBDFI) ,USA and International Tipitaka Chanting Council (ITCC), International Buddhist Council of Bodhgaya, รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย และ Mahabodhi Society Of Sri Lanka , India Studies Center Ubon Ratchathani University จัดโครงการธรรมยาตรา ครั้งที่ 4 ลุ่มน้ำโขงสู่มหานทีคงคา ประกาศศตวรรษแห่งธรรม ณ แดนพุทธภูมิ สาธารณรัฐอินเดีย (The 4th Dhammayatra to Buddhabhoomi : Mekong- Ganga Declaration on the Century of Dhamma) ขึ้น โดยใช้เส้นทางปัตนะ-พุทธคยา-นิวเดลี-คุชราต ระหว่างวันที่ 2 – 10 ธันวาคม พุทธศักราช 2567 เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างอารยธรรมแม่น้ำโขงและแม่น้ำคงคา สนับสนุนการเผยแผ่พุทธธรรมไปทั่วโลก หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง สร้างการตระหนักรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม โดยจะมีการประกาศ “ศตวรรษแห่งธรรม”(Declaration on Dhamma Century) ตลอดจนหลักธรรมทุกศาสนาในการส่งเสริมการทำความดี เพื่อสันติสุข

ข้าพเจ้าหวังว่าท่านผู้อ่านในอนาคต จะได้สัมผัสรับรู้ถึงความสำคัญของเหตุการณ์เหล่านี้ และสามารถเรียนรู้จากพลังแห่งความศรัทธาที่ได้เกิดขึ้นจากการรวมตัวของชาวพุทธจากหลายประเทศ ความเชื่อมั่นในพระรัตนตรัยและความร่วมมือระหว่างอารยธรรมต่างๆ จะเป็นแรงบันดาลใจในการเดินทางของท่าน เพื่อให้โลกนี้เต็มไปด้วยสันติสุขและความเข้าใจระหว่างกัน
ขอให้ท่านผู้อ่านในอนาคตได้รับทราบถึง ความพยายามอันยิ่งใหญ่ของเราในวันนี้ และหวังว่าโลกในอนาคตจะยังคงสว่างไสวไปด้วยแสงแห่งธรรม ซึ่งจะนำพามนุษยชาติให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยความเมตตา ความรัก และความเข้าใจซึ่งกันและกัน
ข้าพเจ้าขอกราบอนุโมทนาทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในครั้งนี้ทุกมิติ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนรวมทั้งครอบครัว ญาติสนิท มิตรสหาย เพื่อประกาศศตวรรษแห่งธรรม
สุดท้ายนี้ ขอน้อมนำคุณพระศรีรัตนตรัยจงปกปักรักษาทั้ง กาย วาจา ใจ ของทุกท่าน ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข ประกอบคุณงามความดี เจริญอริยมรรค ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานด้วย เทอญ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
ดร.สุภชัย วีระภุชงค์
เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980, อินเดีย-ไทย

